วันหนึ่งผมเอาเครื่องพริ้นเตอร์ราคาหมื่นกว่าบาทไปซ่อม ช่างบอกว่าซ่อมให้ดีเหมือนเดิมได้ แต่ซื้อรุ่นใหม่คุ้มกว่า และเมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมจะเอากล้องถ่ายรูปราคาหลายหมื่นไปซ่อม ผู้รู้แนะนำว่าซื้อรุ่นใหม่ดีกว่าซ่อมรุ่นนี้ ทุกวันนี้ ผลิตภัณฑ์ต่างๆอายุการใช้งานสั้นลงๆ เทคโนโลยี นวัตกรรม และเทคนิคต่างๆ ก็มีอายุสั้นลงๆเช่นเดียวกัน ของใช้ยุคใหม่ไม่ได้หมดสภาพเพราะทำหน้าที่ไม่ได้ แต่เพราะ “ตกรุ่น” เนื่องจากมีเทคโนโลยีใหม่ที่ดีกว่า ชีวิตของคนยุคใหม่นับวันจะแวดล้อมไปด้วยสิ่งชั่วคราวที่อายุของมันสั้นลงๆ คนที่มีทัศนะแบบค้นหาของดีที่สามารถใช้ไปได้นานๆกำลังถูกท้าทายด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้นด้วยอัตราเร่ง
นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรคู่
บทความใน Blog นี้ คัดลอกมาจากบางส่วนใน Facebook ของท่านอาจารย์วิจิตร คงพูล ซึ่งมีคุณค่า และมีพลัง ผมได้รับเกียรติอนุญาตให้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ เพื่อบันทึก และเผยแพร่ให้คนที่โชคดีได้ศึกษาแนวคิดของท่านต่อไปนานเท่านาน ขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้
บทความ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555
เมื่อผู้ใหญ่โกงบ้านโกงเมืองเราก็เอาวิชาซื่อสัตย์ไปบรรจุให้เด็กเรียน เมื่อผู้ใหญ่ไม่เป็นประชาธิปไตยก็สอนประชาธิปไตยในโรงเรียน เมื่อผู้ใหญ่มีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านก็สอนให้เด็กรักเพื่อนบ้าน เมื่อผู้ใหญ่ไม่มีศีลธรรมก็ให้เด็กเรียนเรื่องคุณธรรม ผู้ใหญ่สร้างปัญหาอะไรขึ้นมาในสังคม ก็บรรจุเรื่องนั้นเข้าไปให้เด็กเรียน เด็กๆไปโรงเรียน เพื่อเรียนปัญหาที่ผู้ใหญ่สร้างขึ้น และเรียนสิ่งที่ผู้ใหญ่อยากให้เรียน ซึ่งนับวันจะมีมากขึ้นไม่สิ้นสุด จนไม่เหลือที่ว่างสำหรับสิ่งที่เด็กอยากรู้อยากเห็น ไม่มีเวลาสำหรับความคิดฝันอิสระ ไม่มีเวลาเรียนรู้ตัวเองเพื่อจะอยู่กับโลกอนาคต
เด็กๆที่กุ้ยหลินกลุ่มนี้ เลิกเรียนตั้งแต่บ่าย เดินกลับบ้านคุยกันสนุกสนาน ไม่ต้องแวะไปกวดวิชา แต่มีเวลาแวะทักทายคนต่างชาติ โดยไม่ระแวงหวาดกลัว เมื่อถ่ายรูปพวกเขาแล้วเปิดให้ดูกัน เขาอุทานว่า "Oh my God ! " และพยายามพูดภาษาอังกฤษ
---------------------------
เด็กๆที่กุ้ยหลินกลุ่มนี้ เลิกเรียนตั้งแต่บ่าย เดินกลับบ้านคุยกันสนุกสนาน ไม่ต้องแวะไปกวดวิชา แต่มีเวลาแวะทักทายคนต่างชาติ โดยไม่ระแวงหวาดกลัว เมื่อถ่ายรูปพวกเขาแล้วเปิดให้ดูกัน เขาอุทานว่า "Oh my God ! " และพยายามพูดภาษาอังกฤษบทความ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555
เมื่อไม่นานมานี้ชาวบ้านขุดไปเจอกลองมโหระทึกลูกหนึ่งที่ชุมพร เป็นข่าวใหญ่ไปทั่ว กลองมโหระทึก เป็นประดิษฐกรรมที่ทำจากโลหะผสมของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่โด่งดังที่สุด ภาพลายนูนบนกลองมโหระทึกเป็นบันทึกเรื่องราวทางวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในยุค ๓,๐๐๐ ปีที่ผ่านมา
เมื่อสองสามพันปีก่อน เสียงกลองมโหระทึกเคยดังก้องกระหึ่มอยู่ทั่วไปตามชุมชนโบราณทั่วทั้งแถบเอเซีย ทั้งในจีน อินเดีย พม่า ไทย ลาว เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และที่อื่นๆอีกมาก แล้วค่อยเงียบเสียงลงพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคประวัติศาสตร์ มาถึงวันนี้กลองมโหระทึกกลายเป็นโบราณวัตถุที่จมหายอยู่ใต้ดิน เพียงแค่ได้ขุดเจอสักใบหนึ่งก็นับว่าเป็นบุญแล้ว ไม่ต้องคิดฝันจะได้ยินเสียงของมันเลย
แต่ที่อำเภอตงหลานมณฑณกวางสี เป็นเพียงที่เดียวในโลก ที่เสียงกลองมโหระทึกยังดังก้องกังวาลอยู่ตลอด ๓,๐๐๐ ปี ชาวจ้วงที่ตงหลานชนชาติที่มีบรรพบุรุษร่วมกับชนเผ่าไท ยังคงใช้กลองมโหระทึกในชีวิตประจำวัน ชาวบ้านที่นั่นจะตีกลองมโหระทึกในพิธีขึ้นบ้านใหม่ งานเฉลิมฉลอง งานแต่งงาน งานบุญ และงานมงคลต่างๆ
การไปร่วมฉลองความสำเร็จกับนักธุรกิจแอมเวย์ที่กุ้ยหลินในปีนี้ เสียงกลองมโหระทึกที่จางหายไปหลายพันปีแล้ว ได้ดังกระหึ่มกึกก้องขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อร่วมฉลองชัยกับความสำเร็จของนักธุรกิจแอมเวย์ นี่นับเป็นครั้งแรกที่คนรุ่นเราได้ฟังเสียงกลองมโหระทึกที่เคยรับใช้สังคมโบราณมาตลอด ๓,๐๐๐ ปี ชาวจ้วงกลุ่มนี้นำกลองมโหระทึก ๗ ใบเดินทางไกลมาจากตงหลาน เพื่อมาร่วมฉลองความสำเร็จให้ชาวแอมเวย์ในครั้งนี้ การได้ฟังเสียงย่ำกลองจากชาวบ้านที่ยังใช้มันอยู่จริงๆในยุคสมัยของเรานี้ นับว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง ต้องขอบคุณความพยายามที่ยอดเยี่ยมของคณะผู้จัดงานครั้งนี้เป็นอย่างสูง
หันมาดูประดิษฐกรรมยุคเราแล้วต้องถอนหายใจ ไอแพ็ดรุ่นแรกซึ่งได้มาเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหมดสภาพล้าหลังตกยุคไปแล้ว บ่ายนี้ต้องไปซื้อรุ่นใหม่ที่มันทำอะไรได้มากกว่า(แต่เพื่อนติงให้รอรุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังจะออกมา) อุปกรณ์ไอทีทุกชิ้นที่ใช้อยู่ในบ้านก็กำลังทะยอยกันตกยุค ไม่เกินห้าปีนี้ประดิษฐกรรมไอทีทุกชิ้นที่เรากำลังเห่อกันอยู่จะไม่เหลือให้เราเห็น แล้วกลองมโหระทึกมีดีอะไร ที่คนยังใช้มาได้ตั้ง ๓,๐๐๐ ปี ?
บทความ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555
ทุกครั้งที่ไปเมืองจีน สิ่งที่ผมสนใจดูเป็นพิเศษ ไม่ใช่ความเจริญ แต่เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านของคนจีน ไปกุ้ยหลินครั้งนี้ก็ได้เห็นภูมิปัญญาของคนจีนอีกอย่างหนึ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คือการใช้นกจับปลา
ชาวบ้านที่กุ้ยหลินและที่ส่วนอื่นของมณฑลกวางสี เขาจับนกกาน้ำซึ่งเป็นนกป่ามาฝึกให้เชื่องแล้วใช้มันจับปลาแทนการใช้เบ็ดหรือเครื่องมืออย่างอื่น ที่เมืองไทยก็มีนกกาน้ำ นกพันธุ์นี้ตัวสีดำปากแหลม ตีนมีพังผืดเหมือนเป็ด จึงว่ายน้ำได้และดำน้ำลงไปจับปลาได้คล่องแคล่ว
ผมเห็นมันพุ่งตัวจากเรือแจวของชาวประมง ดำหายไปในน้ำไม่กี่วินาทีก็คาบปลัวใหญ่โผล่ขึ้น แต่ปลาที่มันจับมาได้อย่างง่ายดายนั้น ไม่ง่ายที่มันจะกลืนลงไป เพราะเจ้านายมันสวมปลอกคอเอาไว้ เพื่อจะได้ล้วงปลาออกมาใส่ถังของตัวเอง โดยวิธีนี้นกกาน้ำจะได้กินเฉพาะปลาตัวเล็กๆที่ผ่านแหวนรอบคอลงไปได้เท่านั้น ซึ่งเจ้าของนกสามารถปรับขนาดได้ตามขนาดของปลาที่เขาต้องการ
ที่เห็นส่วนใหญ่เรือหาปลาลำหนึ่งมีนก ๒ ตัว บางลำก็มีหลายตัว นกบางตัวมีเชือกล่ามตีนไว้กันบินหนี ตัวที่เชื่องดีจนสูญเสียสัญชาตญาณแห่งอิสรภาพไปแล้ว เจ้านายก็กล้าให้อิสระไม่มีเชือกล่ามตีนไว้ เรียกว่านกตัวที่ไม่รู้จักอิสรภาพแล้วเท่านั้นจึงได้สิทธินี้
มนุษย์นี่ฉลาด รู้จักจับสัตว์มาฝึกเพื่อทำงานให้ตัวเองมานานหลายพันปีแล้ว ในบ้านเราก็มีการจับลิงมาฝึกให้ขึ้นมะพร้าว เอาวัวควายมาฝึกให้ไถนา เมื่อฝึกเชื่องแล้วสัตว์เหล่านี้ก็ทำงานให้เจ้านายของมันไปตลอดชีวิต
แต่นกกาน้ำมันรู้คิดกว่าสัตว์โลกอย่างอื่น ตรงที่ ไม่วันใดก็วันหนึ่งมันจะรู้ว่ามันเสียเปรียบเจ้านาย คือรู้ว่ามันกลืนได้แต่ปลาตัวเล็กเท่านั้น ส่วนปลาตัวใหญ่ซึ่งมันชอบจับกว่าปลาตัวเล็กนั้น เจ้านายเอาไปหมด มันคิดได้เมื่อไหร่มันจะไม่ยอมจับปลาตัวใหญ่ มันจะยอมตัดใจจับแต่ปลาตัวเล็กที่กลืนได้เท่านั้น ถึงเวลานี้ เจ้านายก็ต้องปลดระวางมันออกไป ไปหานกตัวใหม่มาฝึกกันใหม่อีก ปกติแล้วนกกาน้ำตัวหนึ่งๆใช้จับปลาได้อย่างนานไม่เกิน ๓ ปี มันจะรู้ทันหมด เจ้านายหลอกมันไม่ได้อีกแล้ว มันจึงรอดตัวไม่ต้องทำงานรับใช้คนไปตลอดชีวิตเหมือนวัวควาย
______________________________________
บทความ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555
ผมสนใจประวัติศาสตร์ในช่วงแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มาก เมื่อวานที่ลพบุรีมีงานวันแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ จึงชวนกันไปหมดทั้งบ้าน ไปดูนิทรรศการ ดูบรรยากาศย้อนยุคที่ชาวลพบุรีร่วมใจกันจัดขึ้นอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อไปถึงเมืองลพบุรีก็เห็นชาวบ้านแม่ค้าลูกเด็กเล็กแดง ต่างแต่งตัวย้อนยุคไปยังสมัยสมเด็จพระนารายณ์กันทั้งเมือง พอเข้าในงานซึ่งจัดขึ้นในเขตพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ภาพของประวัติศาสตร์หลายอย่างที่เคยรู้มา ก็ได้มาปรากฏให้เห็นต่อตาอย่างสมจริง
ที่ผมชอบประวัตฺศาสตร์ไทยสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เพราะพระองค์ท่านนำพาประเทศอย่างมีวิสัยทัศน์ เฉลียวฉลาด ทำใหญ่ประเทศเรายิ่งใหญ๋และมีศักดิ์ศรีที่สุดในภูมิภาคนี้ และเป็นประเทศที่รุ่งเรืองยิ่งใหญ่ในสายตาของมหาอำนาจตะวันตกด้วย ในสมัยของพระองค์ อยุธยาเป็นชุมชนนานาชาติ ที่เต็มไปด้วยคนฝรั่งเศส ฮอลันดา จีน เปอร์เซีย ญี่ปุ่น โมกุล โปรตุเกส และชาติอื่นๆ ทรงส่งราชทูตไปยังราชสำนักต่างๆหลายประเทศ เฉพาะฝรั่งเศสส่งไปถึง ๔ ครั้ง
พระราชวัง ป้อมปราการ ตลอดถึงเครื่องตั้งแต่งภายในอาคาร ใช้วิทยาการของยุโรป มีระบบท่อประปาฝังดินใช้ในพระราชวัง และทรงส่งนักเรียนไทยไปเรียนที่ฝรั่งเศสถึง ๑๔ คน มีสถาบันการศึกษานานาชาติชื่อวิทยาลัยมหาพราห์มในอยุธยา นักศึกษาสถาบันนี้เคยเดินทางไปสอบได้ระดับ Master จากมหาวิทยาลัยซอร์บอนที่ประเทศฝรั่งเศสในเวลานั้น
พระองค์สนใจวิทยาศาสตร์ มีนักวิทยาศาสตร์(สมัยนั้นเรียกนักคณิตศาสตร์)เดินทางมาสู่ราชสำนักอยู่เสมอ พระองค์ทรงคบค้าต้อนรับเลี้ยงดูและศึกษาวิทยาการจากคนเหล่านั้น กิตติศัพท์เรื่องสนพระทัยในวิทยาศาสตร์ ทำให้กษัตริย์ยุโรปในเวลานั้นส่งกล้องดูดาวมาเป็นราชบรรณาการ...
ผมรู้น้อยมาก แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ยังมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกมาก งานจะมีไปถึงวันที่ ๒๒ เดือนนี้ครับ
_______________________________________________
ไม่ได้ไปกวางเจาหลายปีแล้ว พรุ่งนี้เช้าจะได้ไปกวางเจาอีกครั้งหนึ่ง เมืองที่ผู้ไปเยือนจะต้องตื่นตาตื่นใจ กวางเจาเป็นมหานครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทางภาคใต้ของจีน เมืองนี้มีประวัติเก่าแก่เกือบ ๓,๐๐๐ ปี เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมทางทะเลมาแต่โบราณกาล เขตเศรษฐกิจพิเศษ ๓ แห่งของจีนคือ เซินเจิ้น จูไห่ และซัวเถา ก็อยู่ที่กวางเจา
จากกวางเจาจะเดินทางต่อไปยังกุ้ยหลิน ในเขตมณทลกวางสี ดินแดนกว้างใหญ่ของชนเผ่าไทจ้วง ดินแดนของคนเผ่าไตที่กว้างใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ธรรมชาติอันสวยงามของกุ้ยหลิน ทำให้ได้รับสมญาว่า "สรวงสวรรค์บนพื้นพิภพ" เพลงรักชาวเรือของอันแสนไพเราะซึ้งใจ ก็กำเนิดมาจากธรรมชาติที่แสนงามของกุ้ยหลิน
___________________________________________
ความฝันต้องการการลงมือทำ แต่มีนักฝันจำนวนมากที่ไม่ลงมือทำ และมีคนที่กำลังทำตามความฝันอีกจำนวนหนึ่งที่ทำไม่จริงจัง สักแต่ว่าได้ทำเพียงเพื่อบอกตัวเองและคนอื่นว่ากำลังทำตามความฝันอยู่ ส่วนคนที่พยายามทำตามความฝันอยู่อย่างจริงจังนั้น ก็มีไม่น้อยที่ไม่เห็นวี่แววว่าจะสำเร็จ เพราะพยายามโดยไม่มีความสำเร็จเป็นเดิมพัน
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะปฏิติบัติตามความฝันของเราได้ระดับใด ความใฝ่ฝันก็ยังคงเป็นแหล่งกำเนิดพลังชีวิตที่ยากจะหาพลังอื่นใดมาทดแทนได้
_______________________________________
บทความ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555
ในยุคหินเมื่อห้าแสนปีก่อน ทุกๆวันมนุษย์ยุคนั้นต้องออกจากถ้ำ เพื่อไปล่าสัตว์และหาของป่ากินยังชีพไปวันๆ ต่อมาก็เกิดความคิดที่จะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อยู่กับที่ ไม่ต้องออกไล่ล่าหากินกันทุกวัน เหตุการณ์ผ่านมาช้านานถึงยุคที่เราใช้เงินแลกปัจจัยในการดำรงชีวิต แต่สัญชาตญาณดึกดำบรรพ์นั้นยังไม่หายไปไหน ดังจะเห็นว่าทุกๆวันบรรดาคนเมืองต้องออกไล่ล่าหาเงินกันยุ่งเหยิงและเหน็ดเหนื่อย ยิ่งกว่าคนป่าออกไล่ล่าหาสัตว์กินเมื่อห้าแสนปีก่อน ถึงแม้ว่านวัตกรรมในการทำเงินก้าวหน้าไปถึงขั้นทำให้เงินวิ่งมาหาได้แล้ว แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงถนัดที่จะใช้สัญชาตญาณเดิมในการวิ่งไล่ล่าหาเงิน เช่นเดียวกับยุคล่าสัตว์
บทความ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555
ตื่นเช้าวันนี้บังเอิญถือหนังสือ "ไอ้แป๊ก...คนไทยที่อายุน้อยที่สุด และเก่งที่สุดในโลก" เดินเข้าไปในครัวจะดื่มน้ำ เปิดผ่านสองสามหน้าจะดูคร่าวๆก่อน จนกระทั่งต้องยืนอ่านอยู่ในครัวนั่นแหละจนเกือบหมดเล่ม ตอนนี้ดื่มน้ำแล้ว วันนี้ก่อนไปออกกำลังกาย ต้องขอแว๊บนั่งลงคุยหน่อยว่าผมรู้สึกยังไงกับที่ได้อ่านเมื่อกี้นี้
ไอ้แป๊ก-พฤสณัย เป็นเด็กไทยรุ่นใหม่ที่สมควรกับการเป็นฮีโร่ในดวงใจของเด็กไทยวัยรุ่น เขาเป็นคนมีความรู้ ไม่เพียงแต่รู้เรื่องที่เรียนมา แต่เขารู้เรื่องสำคัญกว่านั้นที่เด็กไทยไม่รู้ เขารู้เรื่องเงิน รู้เรื่องงาน รู้จักโลกที่เป็นอยู่และกำลังจะเป็นไป และที่น่าทึ่งสำหรับคนวัยนี้ เขารู้ว่าชีวิตที่ดีคืออะไรและจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าความรู้ คือความคิดในตัวเขา ผมชื่นชอบที่เขาเป็นคนคิดดี คิดไกล และมีความกล้าที่จะคิดใหญ่ ที่จริงคนที่คิดได้อย่างเขาหรือคิดได้มากกว่าเขาก็มีอยู่มาก แต่คนที่ลงมือทำตามที่คัวเองคิดได้นั้นหายาก
พฤสณัย เป็นนักปฏิบัติการ คนรู้มากคิดได้มากวิพากษ์ได้ทั้งจักรวาลนั้นมีมากมายจนน่ารำคาญ แต่พฤสณัยเป็นนักฏิบัติการที่ลงมือทำอย่างซื่อสัตย์กับสิ่งที่ตัวเองรู้และคิดได้ และทำจนสำเร็จด้วย นี่คือเหตุผลที่เขาสมควรเป็นฮีโร่ของเด็กไทยยุคใหม่ รวมทั้งคนรุ่นผมด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









