นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรคู่

บทความใน Blog นี้ คัดลอกมาจากบางส่วนใน Facebook ของท่านอาจารย์วิจิตร คงพูล ซึ่งมีคุณค่า และมีพลัง ผมได้รับเกียรติอนุญาตให้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ เพื่อบันทึก และเผยแพร่ให้คนที่โชคดีได้ศึกษาแนวคิดของท่านต่อไปนานเท่านาน ขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้

บทความ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555


เมื่อวานนักศึกษาปริญญาเอกจากสาธารณรัฐโครเอเชียสองคนมาเยี่ยมที่บ้าน เขาเป็นเพื่อนของน้องพิมลูกสาวผม หลังจากที่เดินทางท่องเที่ยวอยู่ในบ้านเรากว่าสัปดาห์ตั้งแต่เชียงใหม่ถึงกระบี่ แน่นอนว่าเขาประทับใจอย่างยิ่ง เขารู้ว่าเมืองไทยน่าเที่ยวแต่เขาไม่เคยคิดจะมาเมืองไทยเพราะกลัว ลูกสาวผมต้องชี้แจงกันเหนื่อยกว่าเขาจะเปลี่ยนแผนมาท่องเที่ยวเมืองไทย ในขณะที่แม่เขายังคงคัดค้านอย่างหนักเพราะกลัวกว่าลูกสาว...

ทำไ...มคนต่างชาติจึงพากันกลัวที่จะมาท่องเที่ยวบ้านเรา ซึ่งเป็นประเทศในฝันที่คนทั่วโลกอยากมาเที่ยว เป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่คนไทยรู้กันดี ผมเชื่อว่าคนไทยนอกประเทศทั่วโลกพยายามกันหนัก พูดกันเหนื่อยเหมือนลูกสาวผมกว่าใครจะเปลี่ยนใจมาเที่ยวบ้านเราสักคนหนึ่ง แต่คนไทยในประเทศทำอะไรไว้และกำลังทำอะไรกันอยู่ ประเทศของคนไทยที่แสนดีจึงมีชื่อเสียงในทางน่ากลัวเช่นนี้ ใครที่พอมีหนทางที่จะสื่อกับคนที่กำลังสร้างปัญหาให้มีสติขึ้นมาได้บ้าง ก็จงช่วยกันพยายามเถิด


การเปลี่ยนแปลงคนอื่นมีปัญหาตั้งแต่คิดแล้ว และถ้ายังไม่ได้สติ ลงมือพูดหรือทำอะไรบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงคนอื่นตามที่คิด ก็ยิ่งกระจายปัญหาให้กว้างขวางขึ้น ที่จริงตั้งแต่คนใกล้ชิดเราไปถึงสังคม ประเทศชาติ และโลกใบนี้มีอะไรไม่เหมาะสมที่จะต้องเปลี่ยนแปลงอีกมาก แต่ถ้าต่างคนต่างลุกขึ้นปฏิบัติการเพื่อเปลี่ยนแปลงคนอื่น ทุกหนทุกแห่งก็จะมีแต่ความทุกข์ลุกเป็นไฟ

ทางที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงให้สงสันติสุขก็เห็นแต่การเตือนสติ ปลุกฝัน สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นแก่กันและกันเท่านั้นเอง




บทความ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555


ช่วงที่กำลังเบิกบานกับโอกาสใหม่ ในโลกใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่นาน ก็ได้มาเห็นภาพที่ให้ความรู้สึกชนิดที่ไม่อยากเอาโพสต์ให้ใครดูต่อ ในฐานะที่ผมนับตัวเองว่าเป็นคนที่สนใจการศึกษามากคนหนึ่ง ไม่รู้สึกสนุกเลยที่ได้เห็นอะไรอย่างนี้
ภาพที่ว่านั้น เป็นห้องสอบแห่งหนึ่ง ที่มีอุปกรณ์ประหลาดเพิ่มเติมจากข้อสอบ นั่นคือกระบังที่ทำคล้ายลังกระดาษ ใช้สวมศีรษะผู้เข้าสอบทุกคน เพื่อบังตาไม่ให้ชำเลืองไปดูคำตอบของคนข้างๆ เมื่อดูทั่วไปทั่งห้องแล้ว เห็นกล่องกระดาษทรงเหลี่ยม สวมหัวคนเรียงเป็นแถวโพลนไปทั้งห้อง

นอกจากนั้นผมได้เห็นภาพบรรยากาศในห้องสอบอีกแห่ง ใช้อุปกรณ์สวมหัวคนเข้าสอบเช่นเดียวกันนี้ แต่ที่นั่นเครื่องครอบหัวทำเป็นซองกระดาษขนาดใหญ่ลีบๆสวมหัวเพื่อบังตาสองข้างด้วยวัตถุประสงค์ป้องกันการลอกข้อสอบเช่นเดียวกัน

ปกติกระบังที่สวมหัวเพื่อไม่ให้วอกแวกมองไปข้างๆ เขาใช้สวมหัวม้าแข่ง เพื่อให้มันมองไปข้างหน้าเท่านั้น ไม่ให้วอกแวกไปเห็นอะไรข้างๆ และนี่กลายเป็นที่มาของสำนวน “ม้าติดกระบัง” หมายถึงคนที่รู้อย่างเดียวเฉพาะที่ตัวเองสนใจเท่านั้น ไม่รู้เรื่องอื่นๆ ไม่ยอมรับอะไรอื่นนอกเหนือจากที่ตัวเองรู้

ช่วงนี้มีข่าวว่าจะมีการปรับเงินเดือนใหม่ให้กับคนมีความรู้ที่สอบผ่าน เมื่อเงินเดือนดีการสอบแข่งขันตามสนามสอบต่างๆคงจะเข็มข้นขึ้น เกิดมีคนหัวใสประดิษฐ์เครื่องครอบหัวพวกเข้าสอบเป็นหัว ลิง ค่าง กวาง ไก่ ขึ้นมาเพื่อความสนุก คนนอกวงการศึกษาผ่านไปเห็นเข้าจะเกิดอะไรขึ้น

การแข่งกันเรียนแข่งกันสอบในวงการของคนมีความรู้ ไปถึงขั้นใช้กระบังช่วยเหมือนม้าแล้ว การศึกษาที่สูงขึ้นไม่ได้ทำให้คนดีขึ้นถึงระดับที่จะมีศีลธรรมพื้นฐานที่วางใจได้ การเรียนการสอบแข่งขันความรู้ในห้อง กำลังค่อยๆแยกส่วนออกจากคุณธรรม สุดท้ายเราก็อาจจะได้คนไม่ดีที่เก่งๆเข้าไปทำงาน เป็นกลไกสำคัญของสังคม(ที่มองไม่เห็นอนาคต)


บทความ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555


เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา บริษัทแอมเวย์ประเทศไทยและนักธุรกิจแอมเวย์ ได้แสดงพลังครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ ๒๕ ปี ที่เมืองทองธานี มีการจัดงานแสดงสินค้าด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับยอดเยี่ยม และมีงานเลี้ยงค็อกเทลแก่ผู้นำองค์กรธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเฉพาะในประเทศไทยถึง ๔,๐๐๐ คน และในรอบประชุมนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วไปก็มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและดูวงจรปิดนอกห้องประชุมไม่ต่ำกว่า ...๕๐,๐๐๐ คน

สิ่งที่โดดเด่นพิเศษในปีนี้คือมีคนหนุ่มสาวที่เป็นปัญญาชนคนรุ่นใหม่เข้าสู่ธุรกิจมากมายเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับวัยอื่นๆที่มีมาก่อน ผู้นำหนุ่มสาวที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง ซึ่งธุรกิจของพวกเขาได้ขยายออกไปหลายๆประเทศแล้ว ได้ให้เกียรติมานำเสนอโอกาสของแอมเวย์ ด้วยสื่อสมัยใหม่และมีความคิดริเริ่มในการนำเสนอที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วบรรยากาศระดับนี้จะเห็นได้แต่ในวงการบันเทิงเท่านั้น

เราคุ้นชินกับภาพของซุปเปอร์สตาร์ ที่โลดแล่นโดดเด่นอยู่กลางเวทีเวทีแสง สี เสียงอันตื่นเต้นเร้าใจ ท่ามกลางเหล่าสาวกและบรรดาแฟนๆล้นหลามเนืองแน่นละลานตา และในงานระดับชาติของแอมเวย์ เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่และผู้คนล้นหลามระดับเดียวกันนี้ ต่างกันที่คนรุ่นใหม่ที่โลดแล่นโดดเด่นอยู่บนเวที เขาไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์หรือดาราจากค่ายไหน หากแต่พวกเขาเป็นปัญญาชนคนรุ่นใหม่ ที่สร้างธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ด้วยวิสัยทัศน์และพลังความฝันของตนเอง

พวกเขาผ่านการทำงานหนักด้วยความมานะพากเพียร มีประสบการณ์โชกโชน ผ่านการบ่มเพาะความคิดและฝึกหัดพัฒนาตนเองตามแนวคิดแบบแอมเวย์ จนธุรกิจเติบใหญ่ขยายออกไปหลายๆประเทศทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา มูลค่าธุรกิจเทียบชั้นกับเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่แถวสีลม แต่คุณภาพชีวิต วิถีชีวิตและอิสรภาพนั้นเหนือชั้นกว่า และรายได้ระดับที่คนธรรมดาเรียกว่าเศรษฐีรุ่นใหม่ได้

แอมเวย์นั้นเป็นโอกาสของชาวบ้านชาวเมือง คนจนคนรวย คนมีการศึกษาและไม่มีการศึกษาทุกชนชั้นฐานะ ไม่ใช่โอกาสเฉพาะของคนหนุ่มสาวเท่านั้น แต่น่าชื่นชมที่บรรดาผู้นำธุรกิจที่เป็นคนหนุ่มสาวเหล่านี้ กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง อันสะท้อนถึงบุคลิก พลังศักยภาพ และความใฝ่ฝันของคนรุ่นเขา เป็นการเปิดมิติแห่งโอกาสใหม่ของคนวัยนี้ ให้เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง นอกจากความฝันที่จะเป็นดารา นักร้อง ซุปเปอร์สตาร์ หรือวนเวียนอยู่กับการหางาน ได้งาน เปลี่ยนงาน และตกงานดู


คุณธเนศ เป็นบุคลากรที่มีค่ายิ่งของธุรกิจหมื่นล้านที่พวกเราทำอยู่ ถ้าไม่มีคุณะเนศ แอมเวย์ยังอยู่แต่พวกเราฟังไม่รู้เรื่อง ผมฟังนักแปลกันมาเยอะแล้ว แต่ไม่ใครแปลได้โดนใจเท่าคุณธเนศ คุณธเนศไม่ได้แปลแต่ภาษา แต่สื่ออารมณ์ความรู้สึก แนวคิด เจตนารมย์ แบบแอมเวย์ชนิดที่คนอื่นทำได้ยาก ขอให้คุณธเนศอยู่คู่กับแอมเวย์ตลอดไปไชโย


บทความ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555


ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงจากยุคอุตสาหกรรมไปสู่ยุคฐานความรู้นี้ ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนกำลังแยกห่างออกจากกันยิ่งกว่าเดิม อาจจะถึง 1,000 เท่าในอนาคต คนที่ขาดความรู้กำลังดิ้นรนด้วยการทำงานหนักยิ่งขึ้น ในขณะที่คนอีกพวกหนึ่งปรับเปลี่ยนมาใช้ความรู้และเทคโนโลยี่ในการสร้างความมั่งคั่ง มีสำนักงานเล็กๆที่อยู่ตามบ้านหรือตามตึกสูงจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ทำเงินได้มหาศาลจากธุรกิจสมัยใหม่ที่ไม่ใครรู้จัก ในขณะที่คนจำนวนมากกว่ากำลังทำงานหนักจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น แต่พวกเขากลับได้รางวัลเป็นชีวิตที่ยากลำบากและขาดแคลน

คำถามประจำวันที่เราคุ้นเคยในช่วง 50 ปีมานี้ "เรียนจบอะไร จากสถาบันไหน มีตำแหน่งอะไร" ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร แต่ความหมายของมันกำลังน้อยลงๆ สิ่งที่จะมีความหมายกับความสำเร็จในชีวิตและอาชีพการงานยุคต่อไปนี้ ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจบอะไรมา หรือมีตำแหน่งอะไร แต่อยู่ที่ว่าเรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ทอดยาวไปสู่อนาคต หรือกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ทอดยาวมาจากอดีต ซึ่งแต่ก่อนมันเป็นเส้นทางเดียวกัน แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่แล้ว


คนไทยตื่นตัวเรื่องการเรียนมากว่าศตวรรษแล้ว แต่เมื่อโลกก้าวมาถึงยุคฐานความรู้ เราก็ยังสับสนอลหม่านกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง

วันนี้ประเทศเราก้าวหน้าเรื่องการเรียนมากที่สุดในย่านนี้ จนผู้บริหารบางคนเห็นว่าเรามีมหาวิทยาลัยมากเกินไป ควรยุบรวมให้มันน้อยลง มหาวิทยาลัยของเราบางแห่งมีอาจารย์ที่เป็นด๊อกเตอร์(จบปริญญาเอก)มากกว่า 2,200 คน ผมดูตัวเลขของมหาวิทยาลัยเพียง 30 แห่ง ก็พบว่ามีอาจารย์ที่มีความรู้ถึงระดับปริญญาเอกมากกว่า 15,000 คน นี่ยังไม่นับรวมอาจารย์ที่มีความรู้ระดับอื่นๆ

เราไม่มีปัญหาเรื่องคนไม่เรียน ทุกๆวันเราได้พบเห็นคนที่กำลังเรียนต่อ หรือมีแผนจะเรียนต่อมากมายเต็มไปหมด แต่คนที่เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ และมีนิสัยเรียนรู้นั้นอาจจะยังไม่มากพอ เราต้องพัฒนาสังคมเรียนรู้ขึ้นมาให้ควบคู่กับธุรกิจฐานความรู้ที่กำลังมาถึงแล้ว การเรียนสูงเป็นโอกาสของบางคน แต่การเรียนรู้นั้นเป็นโอกาสของทุกคน การเรียนสูงๆต้องไปมหาวิทยาลัย แต่การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกหนทุกแห่ง

ธุรกิจการงานที่ส่งเสริมการเรียนรู้ นั่นคือธุรกิจแห่งอนาคตที่เตรียมคนเข้าสู่โลกยุคฐานความรู้อย่างแท้จริง พระพุทธเจ้าสอนพระสงฆ์สาวกว่าให้หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์เพื่อเรียนรู้ องค์กรนี้จึงอยู่มาได้กว่า 2,500 ปีแล้ว คิโยซากิ ปราชญ์สังคมยุคใหม่ เขาชื่นชมธุรกิจประเภทเครือข่ายในข้อที่ธุรกิจประเภทนี้มีการประชุมอบรมบ่มเพาะผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เขาถึงให้สมญาว่าเป็นโรงเรียนสอนธุรกิจแห่งยุคสมัย



บทความ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555


ธุรกิจการค้าส่วนใหญ่ เจริญรุ่งเรืองขึ้นด้วยการไล่สนองความต้องการ สนองความอยากของคน แต่ก็มีธุรกิจการค้าอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ไล่ตามความต้องการของลูกค้า แต่จะนำเสนอสิ่งดีๆที่ใครเห็นก็รู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ

เฮนรี่ ฟอร์ด เจ้าของธุรกิจรถยนต์ทีี่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก บอกว่า ถ้าถามความต้องการของลูกค้า เขาก็จะตอบว่าต้องการรถม้าที่วิ่งได้เร็วกว่าเดิม ไม่มีใครต้องการรถยนต์ เพราะเขาไม่รู้ว่ารถยนต์ดีอย่างไร

ตอนที่สตีฟ จ็อบ ยังมีชีวิตอยู่เขาเคยบอกว่าเขาไม่สนใจผลการวิจัยเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า แต่เขาจะสร้างผลิตภัณฑ์ดีๆที่ใครเห็นเข้าก็ร้องว่า นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ

ธุรกิจที่ดี ไม่ควรไล่สนองความต้องการของลูกค้าเพื่อมุ่งหากำไร โดยไม่สนใจว่าความต้องการนั้นมีเหตุมีผลหรือไม่ ถูกค้องสอดคล้องกับจริยธรรมหรือไม่ และสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนหรือไม่


เมื่อเช้าผมพูดถึง สตีฟ จ็อบว่าเขาเป็นนักธุรกิจที่ไม่ไล่ตามความต้องการของลูกค้า แต่ผลิตภัณฑ์ของเขาแต่ละตัวที่ออกมา คนแย่งกันซื้อคิวยาวเหยียดทั่วโลก คนในวงการธุรกิจดิจิตอล ทึ่งเป็นนักหนาที่เขาหยั่งรู้อะไรๆไปข้างหน้าได้เกินมืออาชีพในวงการเดียวกัน เขาเป็นหนึ่งในผู้เปลี่ยนแปลงโลกยุคดิจิตอล

บางท่านอาจไม่ทราบว่ามนุษย์หัวคอมพิวเตอร์ ที่ผลงานสั่นสะเทือนโลกดิจิตอลอย่างสตีฟ จ็อบ เป็นชาวพุทธ เขาถือศีลกินมังสะวิรัติ ปฏิบัติสมาธิภาวนาชนิดที่นำไปสู่ปัญญาญาณและการหยั่งรู้อย่างแท้จริง(ไม่ใช่สมาธิชนิดเห็นนรกสวรรค์)

เขาเคยไปศึกษาศาสนากับครูบาอาจารย์ที่อินเดียเป็นเวลา ๗ เดือน กลับไปอเมริกาแล้วเขายังไปปฏิบัติธรรมกับสำนักพุทธนิกายเซนอย่างต่อเนื่อง เขาเป็นสาวกเซ็นที่เคร่งครัด เมื่อเขาไปทำงานที่บริษัทคอมพิวเตอร์เมื่อปี 1975 เพื่อนของเขาบอกว่าเห็นสตีฟ จ็อบ นุ่งห่มเหลืองเดินเท้าเปล่าเข้าไปที่บริษัท สตีฟ จ็อบเคยบอกว่า "วิถีแห่งเซ็น มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อชีวิตของผม"

อาจมีอีกสองอย่างที่มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อชีวิตของสตีฟ จ็อบ คือความฝังใจที่ตัวเองเป็นลูกที่ไม่รู้จักพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด และสิ่งแวดล้อมของเทคโนโลยี่ในสังคมอเมริกัน อาจเป็นเพราะส่วนผสมของสามอย่างนี้ทำให้เขามีอะไรแปลกๆและโดดเด่นกว่าคนทั่วไป

บทความ วันที่ 27 มกราคม 2555


พรุ่งนี้ผมจะไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นกับเพื่อนๆสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เราจากกันนานเกือบ ๔๐ ปีแล้ว งานของเราเริ่มด้วยทำบุญเลี้ยงพระอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนๆที่ล่วงลับไปแล้ว บรรยากาศของการล่วงลับลาจากในระยะนี้ ทำให้ผมรู้สึกร้อนตัวจนต้องไปตรวจสุขภาพอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกเมื่อเช้านี้
ผมประมาทอยู่กับการดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง ไม่ใส่ใจไปให้คุณหมอตรวจสุขภาพมานานนักหนาแล้ว วันนี้ไปถึงโรงพยาบาลแต่เช้ามืด ตรวจหัวใจ ความดัน เบาหวาน ตับ ไต ไส้พุง สารพัด แม้จะมีคนคอยอำนวยความสะดวกให้เป็นพิเศษ แต่ก็ตรวจวัดกันตั้งแต่เช้ายันเที่ยง ได้รายงานการตรวจมาเป็นปีก สรุปเบ็ดเสร็จปกติสบายดีทุกระบบ แสดงว่าแนวคิดและวิธีดูแลสุขภาพของตนเองที่ทำมายาวนั้นถูกต้องได้ผลตามสมควร

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะดูแลสุขภาพได้ดีเพียงใด การไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพยังเป็นเรื่องสำคัญ ผมตั้งใจว่าต่อไปผมจะไม่ประมาทกับการตรวจเช็คสุขภาพอีกแล้ว แม้ว่าผมจะเบื่อหน่ายการไปโรงพยาบาลขนาดไหนก็ตาม จะต้องไปตรวจในเวลาอันสมควร

วันนี้ระหว่างที่ผมนั่งเบื่ออยู่ที่โรงพยาบาล ผมเห็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆเริ่มทำงานกันอย่างกระตือรื้อร้น ตั้งแต่ก่อนเจ็ดโมงเช้า พวกเขาคือผู้ที่เหน็ดเหนื่อยอยู่เบื้องหลังความสุขสบายของพวกเรา เมื่อเราสุขสบายดีเราไม่เคยนึกถึง เราไม่เคยไปหา เมื่อเราเจ็บป่วยเดือดร้อน ไม่ว่าไปถึงเวลาใดก็จะพบคนเหล่านี้เตรียมพร้อมเพื่อพวกเราอยู่เสมอ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกระดับ เป็นกลุ่มบุคคลผู้เสียสละ ที่พวกเราต้องระลึกบุญคุณ

เมื่อเช้า ผมนั่งรอผลตรวจต่างๆอยู่ข้างประตูในโรงพยาบาล มีคนเดินผ่านเข้าออกตลอดเวลา นั่งดูหุ่นของเจ้าประคุณทั้งหลายที่เดินผ่านไปมา นึกถึงสถิติที่บอกว่าตอนนี้ผู้ชายไทยหนึ่งในสามเข้าข่ายอ้วน ส่วนผู้หญิงไทยครึ่งต่อครึ่งที่เริ่มอ้วน ผมนั่งตรวจนับคนที่เดินผ่านไปมาด้วยสายตา ปรากฏว่าเป็นประมาณนั้นจริงๆ บางกลุ่มเดินคุยกันมาสามสี่คนอ้วนหมดร้อยเปอร์เซ็นต์

ปีที่แล้วคนไทยหมดเงินไปกับความอ้วน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งค่าหมอ ค่ายา อาหารเสริม ฟิตเนส แต่คนอ้วนก็ยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นรั้งไม่อยู่ บรรดาเทคนิคลดอ้วนทั้งหลายก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหลวไหลไม่ได้ผล แม้แต่การลดน้ำหนักตามโรงพยาบาลก็ได้ผลแค่ ๒๙ % คือลดได้แล้วอ้วนกลับเหมือนเดิมอีก ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่ธุรกิจลดอ้วนกำลังพุ่งแรงแซงไปข้างหน้าแน่นอน