นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรคู่
บทความใน Blog นี้ คัดลอกมาจากบางส่วนใน Facebook ของท่านอาจารย์วิจิตร คงพูล ซึ่งมีคุณค่า และมีพลัง ผมได้รับเกียรติอนุญาตให้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ เพื่อบันทึก และเผยแพร่ให้คนที่โชคดีได้ศึกษาแนวคิดของท่านต่อไปนานเท่านาน ขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้
บทความ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555
ธุรกิจการค้าส่วนใหญ่ เจริญรุ่งเรืองขึ้นด้วยการไล่สนองความต้องการ สนองความอยากของคน แต่ก็มีธุรกิจการค้าอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ไล่ตามความต้องการของลูกค้า แต่จะนำเสนอสิ่งดีๆที่ใครเห็นก็รู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ
เฮนรี่ ฟอร์ด เจ้าของธุรกิจรถยนต์ทีี่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก บอกว่า ถ้าถามความต้องการของลูกค้า เขาก็จะตอบว่าต้องการรถม้าที่วิ่งได้เร็วกว่าเดิม ไม่มีใครต้องการรถยนต์ เพราะเขาไม่รู้ว่ารถยนต์ดีอย่างไร
ตอนที่สตีฟ จ็อบ ยังมีชีวิตอยู่เขาเคยบอกว่าเขาไม่สนใจผลการวิจัยเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า แต่เขาจะสร้างผลิตภัณฑ์ดีๆที่ใครเห็นเข้าก็ร้องว่า นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ
ธุรกิจที่ดี ไม่ควรไล่สนองความต้องการของลูกค้าเพื่อมุ่งหากำไร โดยไม่สนใจว่าความต้องการนั้นมีเหตุมีผลหรือไม่ ถูกค้องสอดคล้องกับจริยธรรมหรือไม่ และสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนหรือไม่
เมื่อเช้าผมพูดถึง สตีฟ จ็อบว่าเขาเป็นนักธุรกิจที่ไม่ไล่ตามความต้องการของลูกค้า แต่ผลิตภัณฑ์ของเขาแต่ละตัวที่ออกมา คนแย่งกันซื้อคิวยาวเหยียดทั่วโลก คนในวงการธุรกิจดิจิตอล ทึ่งเป็นนักหนาที่เขาหยั่งรู้อะไรๆไปข้างหน้าได้เกินมืออาชีพในวงการเดียวกัน เขาเป็นหนึ่งในผู้เปลี่ยนแปลงโลกยุคดิจิตอล
บางท่านอาจไม่ทราบว่ามนุษย์หัวคอมพิวเตอร์ ที่ผลงานสั่นสะเทือนโลกดิจิตอลอย่างสตีฟ จ็อบ เป็นชาวพุทธ เขาถือศีลกินมังสะวิรัติ ปฏิบัติสมาธิภาวนาชนิดที่นำไปสู่ปัญญาญาณและการหยั่งรู้อย่างแท้จริง(ไม่ใช่สมาธิชนิดเห็นนรกสวรรค์)
เขาเคยไปศึกษาศาสนากับครูบาอาจารย์ที่อินเดียเป็นเวลา ๗ เดือน กลับไปอเมริกาแล้วเขายังไปปฏิบัติธรรมกับสำนักพุทธนิกายเซนอย่างต่อเนื่อง เขาเป็นสาวกเซ็นที่เคร่งครัด เมื่อเขาไปทำงานที่บริษัทคอมพิวเตอร์เมื่อปี 1975 เพื่อนของเขาบอกว่าเห็นสตีฟ จ็อบ นุ่งห่มเหลืองเดินเท้าเปล่าเข้าไปที่บริษัท สตีฟ จ็อบเคยบอกว่า "วิถีแห่งเซ็น มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อชีวิตของผม"
อาจมีอีกสองอย่างที่มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อชีวิตของสตีฟ จ็อบ คือความฝังใจที่ตัวเองเป็นลูกที่ไม่รู้จักพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด และสิ่งแวดล้อมของเทคโนโลยี่ในสังคมอเมริกัน อาจเป็นเพราะส่วนผสมของสามอย่างนี้ทำให้เขามีอะไรแปลกๆและโดดเด่นกว่าคนทั่วไป
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น