นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรคู่

บทความใน Blog นี้ คัดลอกมาจากบางส่วนใน Facebook ของท่านอาจารย์วิจิตร คงพูล ซึ่งมีคุณค่า และมีพลัง ผมได้รับเกียรติอนุญาตให้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ เพื่อบันทึก และเผยแพร่ให้คนที่โชคดีได้ศึกษาแนวคิดของท่านต่อไปนานเท่านาน ขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้

บทความ วันที่ 27 มกราคม 2555


พรุ่งนี้ผมจะไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นกับเพื่อนๆสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เราจากกันนานเกือบ ๔๐ ปีแล้ว งานของเราเริ่มด้วยทำบุญเลี้ยงพระอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนๆที่ล่วงลับไปแล้ว บรรยากาศของการล่วงลับลาจากในระยะนี้ ทำให้ผมรู้สึกร้อนตัวจนต้องไปตรวจสุขภาพอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกเมื่อเช้านี้
ผมประมาทอยู่กับการดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง ไม่ใส่ใจไปให้คุณหมอตรวจสุขภาพมานานนักหนาแล้ว วันนี้ไปถึงโรงพยาบาลแต่เช้ามืด ตรวจหัวใจ ความดัน เบาหวาน ตับ ไต ไส้พุง สารพัด แม้จะมีคนคอยอำนวยความสะดวกให้เป็นพิเศษ แต่ก็ตรวจวัดกันตั้งแต่เช้ายันเที่ยง ได้รายงานการตรวจมาเป็นปีก สรุปเบ็ดเสร็จปกติสบายดีทุกระบบ แสดงว่าแนวคิดและวิธีดูแลสุขภาพของตนเองที่ทำมายาวนั้นถูกต้องได้ผลตามสมควร

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะดูแลสุขภาพได้ดีเพียงใด การไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพยังเป็นเรื่องสำคัญ ผมตั้งใจว่าต่อไปผมจะไม่ประมาทกับการตรวจเช็คสุขภาพอีกแล้ว แม้ว่าผมจะเบื่อหน่ายการไปโรงพยาบาลขนาดไหนก็ตาม จะต้องไปตรวจในเวลาอันสมควร

วันนี้ระหว่างที่ผมนั่งเบื่ออยู่ที่โรงพยาบาล ผมเห็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆเริ่มทำงานกันอย่างกระตือรื้อร้น ตั้งแต่ก่อนเจ็ดโมงเช้า พวกเขาคือผู้ที่เหน็ดเหนื่อยอยู่เบื้องหลังความสุขสบายของพวกเรา เมื่อเราสุขสบายดีเราไม่เคยนึกถึง เราไม่เคยไปหา เมื่อเราเจ็บป่วยเดือดร้อน ไม่ว่าไปถึงเวลาใดก็จะพบคนเหล่านี้เตรียมพร้อมเพื่อพวกเราอยู่เสมอ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกระดับ เป็นกลุ่มบุคคลผู้เสียสละ ที่พวกเราต้องระลึกบุญคุณ

เมื่อเช้า ผมนั่งรอผลตรวจต่างๆอยู่ข้างประตูในโรงพยาบาล มีคนเดินผ่านเข้าออกตลอดเวลา นั่งดูหุ่นของเจ้าประคุณทั้งหลายที่เดินผ่านไปมา นึกถึงสถิติที่บอกว่าตอนนี้ผู้ชายไทยหนึ่งในสามเข้าข่ายอ้วน ส่วนผู้หญิงไทยครึ่งต่อครึ่งที่เริ่มอ้วน ผมนั่งตรวจนับคนที่เดินผ่านไปมาด้วยสายตา ปรากฏว่าเป็นประมาณนั้นจริงๆ บางกลุ่มเดินคุยกันมาสามสี่คนอ้วนหมดร้อยเปอร์เซ็นต์

ปีที่แล้วคนไทยหมดเงินไปกับความอ้วน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งค่าหมอ ค่ายา อาหารเสริม ฟิตเนส แต่คนอ้วนก็ยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นรั้งไม่อยู่ บรรดาเทคนิคลดอ้วนทั้งหลายก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหลวไหลไม่ได้ผล แม้แต่การลดน้ำหนักตามโรงพยาบาลก็ได้ผลแค่ ๒๙ % คือลดได้แล้วอ้วนกลับเหมือนเดิมอีก ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่ธุรกิจลดอ้วนกำลังพุ่งแรงแซงไปข้างหน้าแน่นอน



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น