ตลาดนัดที่หมู่บ้านวันนี้เงียบเหงา ผมเดินผ่านแผงล๊อตเตอรี่ที่คนขายกำลังเก็บไปบ่นไป เขาบอกผมว่า "คนขายไม่รวยหรอกได้นิดเดียว พวกยี่ปั๊วโน่นรวยโดยที่ไม่ต้องทำงาน" ถ้าขายไม่หมดทำยังไง ? ..."ก็เก็บไว้เอง" เอ้าแบบนี้ก็มีโอกาสถูกล๊อตเตอรี่บ่อยน่ะซิ "ไม่ถูกหรอก มันไม่ถูกง่ายๆหรอก" คนขายบอกว่าไม่ถูกหรอก แต่คนซื้อคิดตรงข้าม
ผมเดินผ่านตลาดเงียบเหงามาถึงร้านสุดท้ายลุงขายน้ำชาอายุ ๗๕ ปี นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายๆปีที่ผมเดินผ่านแล้วไม่มีคนนั่งอยู่แม้แต่คนเดียว ผมหยุดทักทาย แกลากเก้าอี้ให้นั่ง หลังจากทำความรู้จักกันนิดหน่อยแกถามผมว่าเล่นหวยล๊อตเตอรี่ไหม ผมบอกว่าไม่เคยซื้อเลย แกบอกว่าแกซื้อประจำ ผมว่าเฉลี่ยทั้งปีแล้วได้หรือเสีย แกบอกว่าได้มากกว่าเสีย
เมื่อเห็นผมทำท่าฉงนไม่ค่อยเชื่อ แกพร่ำพรรณาให้ฟังยืดยาวว่า "คนเรามันต้องทำงานที่ใช้ความคิด เขาไปโลกพระจันทร์กันแล้ว นั่นทำงานแบบนั้นมันไม่ทันกินหรอก(ชี้ไปที่คนเก็บขยะขาย) มันต้องหาเงินด้วยการใช้ความคิด" ผมฟังแกพูดแล้วต้องถอนหายใจในแนวคิดล้ำวัยของแก แกลุกขึ้นไปหยิบสมุดสองเล่มมาเปิดให้ดูการคิดคำนวนที่ซับซ้อนด้วยคณิตศาสตร์ชั้นสูงวิชาความน่าจะเป็น(Probability)ชนิดที่อาจารย์คณิตศาสตร์เห็นแล้วจะต้องทึ่ง เพราะแกมีการยืนยันผลให้ดูด้วย
ผมถามแกว่าก็รู้กันอยู่ว่าคนเล่นของพวกนี้สุดท้ายจะเจ๊งไม่ใชหรือ แกบอกว่า "เล่นด้วยความโลภมันเจ๊งอยู่แล้ว คนเรามันต้องมีสติอย่าโลภ อย่าซื้อมาก มันต้องรู้จักความพอดี" ผมเดินจากแกไปด้วยความงุนงง แกเป็นคนแก่ที่มีความคิดและมีฐานความรู้ แต่เสียดายที่แกใช้ปัจจัยของความมั่งคั่งอันล้ำยุคนี้ กับอาชีพการงานที่ไม่เหมาะสม
______________________________________
ผี ไพรในเถื่อนถ้ำ เนินโนน
ตาก ทุ่งเต็มพราวโพลน แต่ผ้า
ผ้า ผีแม่นผีโขน จากป่า ใดนา
อ้อม เอื่อยหมดแรงล้า บ่ได้ เห็นตัว


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น