นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรคู่

บทความใน Blog นี้ คัดลอกมาจากบางส่วนใน Facebook ของท่านอาจารย์วิจิตร คงพูล ซึ่งมีคุณค่า และมีพลัง ผมได้รับเกียรติอนุญาตให้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ เพื่อบันทึก และเผยแพร่ให้คนที่โชคดีได้ศึกษาแนวคิดของท่านต่อไปนานเท่านาน ขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้

บทความ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555


ตื่นเช้าวันนี้บังเอิญถือหนังสือ "ไอ้แป๊ก...คนไทยที่อายุน้อยที่สุด และเก่งที่สุดในโลก" เดินเข้าไปในครัวจะดื่มน้ำ เปิดผ่านสองสามหน้าจะดูคร่าวๆก่อน จนกระทั่งต้องยืนอ่านอยู่ในครัวนั่นแหละจนเกือบหมดเล่ม ตอนนี้ดื่มน้ำแล้ว วันนี้ก่อนไปออกกำลังกาย ต้องขอแว๊บนั่งลงคุยหน่อยว่าผมรู้สึกยังไงกับที่ได้อ่านเมื่อกี้นี้


ไอ้แป๊ก-พฤสณัย เป็นเด็กไทยรุ่นใหม่ที่สมควรกับการเป็นฮีโร่ในดวงใจของเด็กไทยวัยรุ่น เขาเป็นคนมีความรู้ ไม่เพียงแต่รู้เรื่องที่เรียนมา แต่เขารู้เรื่องสำคัญกว่านั้นที่เด็กไทยไม่รู้ เขารู้เรื่องเงิน รู้เรื่องงาน รู้จักโลกที่เป็นอยู่และกำลังจะเป็นไป และที่น่าทึ่งสำหรับคนวัยนี้ เขารู้ว่าชีวิตที่ดีคืออะไรและจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร


แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าความรู้ คือความคิดในตัวเขา ผมชื่นชอบที่เขาเป็นคนคิดดี คิดไกล และมีความกล้าที่จะคิดใหญ่ ที่จริงคนที่คิดได้อย่างเขาหรือคิดได้มากกว่าเขาก็มีอยู่มาก แต่คนที่ลงมือทำตามที่คัวเองคิดได้นั้นหายาก


พฤสณัย เป็นนักปฏิบัติการ คนรู้มากคิดได้มากวิพากษ์ได้ทั้งจักรวาลนั้นมีมากมายจนน่ารำคาญ แต่พฤสณัยเป็นนักฏิบัติการที่ลงมือทำอย่างซื่อสัตย์กับสิ่งที่ตัวเองรู้และคิดได้ และทำจนสำเร็จด้วย นี่คือเหตุผลที่เขาสมควรเป็นฮีโร่ของเด็กไทยยุคใหม่ รวมทั้งคนรุ่นผมด้วย




บทความ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555


ลูกสาวผมขับรถพาเพื่อนๆต่างชาติไปเที่ยวอยุธยา โดยที่ตัวเองไม่ชำนาญทางและไม่รู้ข้อมูลที่เที่ยว หายไปวันหนึ่งกลับมาเย็นด้วยความชื่นมื่นไม่หลงทาง ไม่สะดุดติดขัดใดๆ ให้ข้อมูลโบราณวัตถุโบราณสถานแก่เพื่อนต่างชาติได้เป็นที่ประทับใจ เขาบอกว่าชวนเพื่อนไทยคนหนึ่งนั่งไปข้างๆ ช่วยเปิดไอแพดบอกเส้นทางไปยังทุกที่ที่อยากไป และโหลดข้อมูลท่องเที่ยวของสถานที่ที่กำลังเดินทางอ่านให้เพื่อนๆฟังไปในรถ


อุปกรณ์ดิจิตอลสำหรับพกพารวมทั้งโทรศัพท์มือถือมีความสามารถมหัศจรรย์ เป็นอุปกรณ์ติดตัวที่จำเป็นสำหรับคนสมัยนี้ไปแล้ว เดี๋ยวนี้แทบทุกคนมีโทรศัพท์มือถือ ผมเชื่อว่าขอทานบางคนก็มีโทรศัพท์มือถือ


คนส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์อะไรจากอุปกรณ์ดิจิตอล ? ผมเคยเห็นนักเรียน ๓ คนเดินไปด้วยกัน ต่างคนต่างเดินคุยโทรศัพท์ โดยไม่ได้พูดกันเองเลย บนรถเมล์ ต่างคนต่างกดนั่นนี่บนมือถือ โดยไม่สนใจเพื่อนมนุษย์ข้างๆ ตามห้องประชุมจะเห็นคนก้มหน้าก้มตากดมือถือโดยไม่เกรงใจคนที่พูดอยู่หน้าห้อง ตามสวนสาธารณะจนถึงห้องนั่งเล่นในบ้าน คนใกล้ตัวถูกทิ้งให้นั่งว่างรอคอยหอยเหงา เพราะอีกคนกำลังคุยกับคนไกลผ่านมือถือ


ทุกๆวันมีบทสนทนาที่ไร้สาระจำนวนมหาศาล กรอกผ่านสื่อดิจิตอลไปเติมชีวิตที่ว่างเปล่าของอีกฝ่ายหนึ่ง 


เทคโนโลยี่ดิจิตอล เป็นหนึ่งในปัจจัยของความมั่งยุคใหม่ แต่มีคนไม่น้อยใช้เทคโนโลยีอันทรงประสิทธิภาพนี้ในทางตรงกันข้าม




บทความ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555


ตลาดนัดที่หมู่บ้านวันนี้เงียบเหงา ผมเดินผ่านแผงล๊อตเตอรี่ที่คนขายกำลังเก็บไปบ่นไป เขาบอกผมว่า "คนขายไม่รวยหรอกได้นิดเดียว พวกยี่ปั๊วโน่นรวยโดยที่ไม่ต้องทำงาน" ถ้าขายไม่หมดทำยังไง ? ..."ก็เก็บไว้เอง" เอ้าแบบนี้ก็มีโอกาสถูกล๊อตเตอรี่บ่อยน่ะซิ "ไม่ถูกหรอก มันไม่ถูกง่ายๆหรอก" คนขายบอกว่าไม่ถูกหรอก แต่คนซื้อคิดตรงข้าม


ผมเดินผ่านตลาดเงียบเหงามาถึงร้านสุดท้ายลุงขายน้ำชาอายุ ๗๕ ปี นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายๆปีที่ผมเดินผ่านแล้วไม่มีคนนั่งอยู่แม้แต่คนเดียว ผมหยุดทักทาย แกลากเก้าอี้ให้นั่ง หลังจากทำความรู้จักกันนิดหน่อยแกถามผมว่าเล่นหวยล๊อตเตอรี่ไหม ผมบอกว่าไม่เคยซื้อเลย แกบอกว่าแกซื้อประจำ ผมว่าเฉลี่ยทั้งปีแล้วได้หรือเสีย แกบอกว่าได้มากกว่าเสีย


เมื่อเห็นผมทำท่าฉงนไม่ค่อยเชื่อ แกพร่ำพรรณาให้ฟังยืดยาวว่า "คนเรามันต้องทำงานที่ใช้ความคิด เขาไปโลกพระจันทร์กันแล้ว นั่นทำงานแบบนั้นมันไม่ทันกินหรอก(ชี้ไปที่คนเก็บขยะขาย) มันต้องหาเงินด้วยการใช้ความคิด" ผมฟังแกพูดแล้วต้องถอนหายใจในแนวคิดล้ำวัยของแก แกลุกขึ้นไปหยิบสมุดสองเล่มมาเปิดให้ดูการคิดคำนวนที่ซับซ้อนด้วยคณิตศาสตร์ชั้นสูงวิชาความน่าจะเป็น(Probability)ชนิดที่อาจารย์คณิตศาสตร์เห็นแล้วจะต้องทึ่ง เพราะแกมีการยืนยันผลให้ดูด้วย


ผมถามแกว่าก็รู้กันอยู่ว่าคนเล่นของพวกนี้สุดท้ายจะเจ๊งไม่ใชหรือ แกบอกว่า "เล่นด้วยความโลภมันเจ๊งอยู่แล้ว คนเรามันต้องมีสติอย่าโลภ อย่าซื้อมาก มันต้องรู้จักความพอดี" ผมเดินจากแกไปด้วยความงุนงง แกเป็นคนแก่ที่มีความคิดและมีฐานความรู้ แต่เสียดายที่แกใช้ปัจจัยของความมั่งคั่งอันล้ำยุคนี้ กับอาชีพการงานที่ไม่เหมาะสม


______________________________________

ผี ไพรในเถื่อนถ้ำ เนินโนน
ตาก ทุ่งเต็มพราวโพลน แต่ผ้า
ผ้า ผีแม่นผีโขน จากป่า ใดนา
อ้อม เอื่อยหมดแรงล้า บ่ได้ เห็นตัว




บทความ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555


เมื่อวานนักศึกษาปริญญาเอกจากสาธารณรัฐโครเอเชียสองคนมาเยี่ยมที่บ้าน เขาเป็นเพื่อนของน้องพิมลูกสาวผม หลังจากที่เดินทางท่องเที่ยวอยู่ในบ้านเรากว่าสัปดาห์ตั้งแต่เชียงใหม่ถึงกระบี่ แน่นอนว่าเขาประทับใจอย่างยิ่ง เขารู้ว่าเมืองไทยน่าเที่ยวแต่เขาไม่เคยคิดจะมาเมืองไทยเพราะกลัว ลูกสาวผมต้องชี้แจงกันเหนื่อยกว่าเขาจะเปลี่ยนแผนมาท่องเที่ยวเมืองไทย ในขณะที่แม่เขายังคงคัดค้านอย่างหนักเพราะกลัวกว่าลูกสาว...

ทำไ...มคนต่างชาติจึงพากันกลัวที่จะมาท่องเที่ยวบ้านเรา ซึ่งเป็นประเทศในฝันที่คนทั่วโลกอยากมาเที่ยว เป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่คนไทยรู้กันดี ผมเชื่อว่าคนไทยนอกประเทศทั่วโลกพยายามกันหนัก พูดกันเหนื่อยเหมือนลูกสาวผมกว่าใครจะเปลี่ยนใจมาเที่ยวบ้านเราสักคนหนึ่ง แต่คนไทยในประเทศทำอะไรไว้และกำลังทำอะไรกันอยู่ ประเทศของคนไทยที่แสนดีจึงมีชื่อเสียงในทางน่ากลัวเช่นนี้ ใครที่พอมีหนทางที่จะสื่อกับคนที่กำลังสร้างปัญหาให้มีสติขึ้นมาได้บ้าง ก็จงช่วยกันพยายามเถิด


การเปลี่ยนแปลงคนอื่นมีปัญหาตั้งแต่คิดแล้ว และถ้ายังไม่ได้สติ ลงมือพูดหรือทำอะไรบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงคนอื่นตามที่คิด ก็ยิ่งกระจายปัญหาให้กว้างขวางขึ้น ที่จริงตั้งแต่คนใกล้ชิดเราไปถึงสังคม ประเทศชาติ และโลกใบนี้มีอะไรไม่เหมาะสมที่จะต้องเปลี่ยนแปลงอีกมาก แต่ถ้าต่างคนต่างลุกขึ้นปฏิบัติการเพื่อเปลี่ยนแปลงคนอื่น ทุกหนทุกแห่งก็จะมีแต่ความทุกข์ลุกเป็นไฟ

ทางที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงให้สงสันติสุขก็เห็นแต่การเตือนสติ ปลุกฝัน สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นแก่กันและกันเท่านั้นเอง




บทความ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555


ช่วงที่กำลังเบิกบานกับโอกาสใหม่ ในโลกใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่นาน ก็ได้มาเห็นภาพที่ให้ความรู้สึกชนิดที่ไม่อยากเอาโพสต์ให้ใครดูต่อ ในฐานะที่ผมนับตัวเองว่าเป็นคนที่สนใจการศึกษามากคนหนึ่ง ไม่รู้สึกสนุกเลยที่ได้เห็นอะไรอย่างนี้
ภาพที่ว่านั้น เป็นห้องสอบแห่งหนึ่ง ที่มีอุปกรณ์ประหลาดเพิ่มเติมจากข้อสอบ นั่นคือกระบังที่ทำคล้ายลังกระดาษ ใช้สวมศีรษะผู้เข้าสอบทุกคน เพื่อบังตาไม่ให้ชำเลืองไปดูคำตอบของคนข้างๆ เมื่อดูทั่วไปทั่งห้องแล้ว เห็นกล่องกระดาษทรงเหลี่ยม สวมหัวคนเรียงเป็นแถวโพลนไปทั้งห้อง

นอกจากนั้นผมได้เห็นภาพบรรยากาศในห้องสอบอีกแห่ง ใช้อุปกรณ์สวมหัวคนเข้าสอบเช่นเดียวกันนี้ แต่ที่นั่นเครื่องครอบหัวทำเป็นซองกระดาษขนาดใหญ่ลีบๆสวมหัวเพื่อบังตาสองข้างด้วยวัตถุประสงค์ป้องกันการลอกข้อสอบเช่นเดียวกัน

ปกติกระบังที่สวมหัวเพื่อไม่ให้วอกแวกมองไปข้างๆ เขาใช้สวมหัวม้าแข่ง เพื่อให้มันมองไปข้างหน้าเท่านั้น ไม่ให้วอกแวกไปเห็นอะไรข้างๆ และนี่กลายเป็นที่มาของสำนวน “ม้าติดกระบัง” หมายถึงคนที่รู้อย่างเดียวเฉพาะที่ตัวเองสนใจเท่านั้น ไม่รู้เรื่องอื่นๆ ไม่ยอมรับอะไรอื่นนอกเหนือจากที่ตัวเองรู้

ช่วงนี้มีข่าวว่าจะมีการปรับเงินเดือนใหม่ให้กับคนมีความรู้ที่สอบผ่าน เมื่อเงินเดือนดีการสอบแข่งขันตามสนามสอบต่างๆคงจะเข็มข้นขึ้น เกิดมีคนหัวใสประดิษฐ์เครื่องครอบหัวพวกเข้าสอบเป็นหัว ลิง ค่าง กวาง ไก่ ขึ้นมาเพื่อความสนุก คนนอกวงการศึกษาผ่านไปเห็นเข้าจะเกิดอะไรขึ้น

การแข่งกันเรียนแข่งกันสอบในวงการของคนมีความรู้ ไปถึงขั้นใช้กระบังช่วยเหมือนม้าแล้ว การศึกษาที่สูงขึ้นไม่ได้ทำให้คนดีขึ้นถึงระดับที่จะมีศีลธรรมพื้นฐานที่วางใจได้ การเรียนการสอบแข่งขันความรู้ในห้อง กำลังค่อยๆแยกส่วนออกจากคุณธรรม สุดท้ายเราก็อาจจะได้คนไม่ดีที่เก่งๆเข้าไปทำงาน เป็นกลไกสำคัญของสังคม(ที่มองไม่เห็นอนาคต)


บทความ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555


เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา บริษัทแอมเวย์ประเทศไทยและนักธุรกิจแอมเวย์ ได้แสดงพลังครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ ๒๕ ปี ที่เมืองทองธานี มีการจัดงานแสดงสินค้าด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับยอดเยี่ยม และมีงานเลี้ยงค็อกเทลแก่ผู้นำองค์กรธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเฉพาะในประเทศไทยถึง ๔,๐๐๐ คน และในรอบประชุมนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วไปก็มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและดูวงจรปิดนอกห้องประชุมไม่ต่ำกว่า ...๕๐,๐๐๐ คน

สิ่งที่โดดเด่นพิเศษในปีนี้คือมีคนหนุ่มสาวที่เป็นปัญญาชนคนรุ่นใหม่เข้าสู่ธุรกิจมากมายเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับวัยอื่นๆที่มีมาก่อน ผู้นำหนุ่มสาวที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง ซึ่งธุรกิจของพวกเขาได้ขยายออกไปหลายๆประเทศแล้ว ได้ให้เกียรติมานำเสนอโอกาสของแอมเวย์ ด้วยสื่อสมัยใหม่และมีความคิดริเริ่มในการนำเสนอที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วบรรยากาศระดับนี้จะเห็นได้แต่ในวงการบันเทิงเท่านั้น

เราคุ้นชินกับภาพของซุปเปอร์สตาร์ ที่โลดแล่นโดดเด่นอยู่กลางเวทีเวทีแสง สี เสียงอันตื่นเต้นเร้าใจ ท่ามกลางเหล่าสาวกและบรรดาแฟนๆล้นหลามเนืองแน่นละลานตา และในงานระดับชาติของแอมเวย์ เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่และผู้คนล้นหลามระดับเดียวกันนี้ ต่างกันที่คนรุ่นใหม่ที่โลดแล่นโดดเด่นอยู่บนเวที เขาไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์หรือดาราจากค่ายไหน หากแต่พวกเขาเป็นปัญญาชนคนรุ่นใหม่ ที่สร้างธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ด้วยวิสัยทัศน์และพลังความฝันของตนเอง

พวกเขาผ่านการทำงานหนักด้วยความมานะพากเพียร มีประสบการณ์โชกโชน ผ่านการบ่มเพาะความคิดและฝึกหัดพัฒนาตนเองตามแนวคิดแบบแอมเวย์ จนธุรกิจเติบใหญ่ขยายออกไปหลายๆประเทศทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา มูลค่าธุรกิจเทียบชั้นกับเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่แถวสีลม แต่คุณภาพชีวิต วิถีชีวิตและอิสรภาพนั้นเหนือชั้นกว่า และรายได้ระดับที่คนธรรมดาเรียกว่าเศรษฐีรุ่นใหม่ได้

แอมเวย์นั้นเป็นโอกาสของชาวบ้านชาวเมือง คนจนคนรวย คนมีการศึกษาและไม่มีการศึกษาทุกชนชั้นฐานะ ไม่ใช่โอกาสเฉพาะของคนหนุ่มสาวเท่านั้น แต่น่าชื่นชมที่บรรดาผู้นำธุรกิจที่เป็นคนหนุ่มสาวเหล่านี้ กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง อันสะท้อนถึงบุคลิก พลังศักยภาพ และความใฝ่ฝันของคนรุ่นเขา เป็นการเปิดมิติแห่งโอกาสใหม่ของคนวัยนี้ ให้เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง นอกจากความฝันที่จะเป็นดารา นักร้อง ซุปเปอร์สตาร์ หรือวนเวียนอยู่กับการหางาน ได้งาน เปลี่ยนงาน และตกงานดู


คุณธเนศ เป็นบุคลากรที่มีค่ายิ่งของธุรกิจหมื่นล้านที่พวกเราทำอยู่ ถ้าไม่มีคุณะเนศ แอมเวย์ยังอยู่แต่พวกเราฟังไม่รู้เรื่อง ผมฟังนักแปลกันมาเยอะแล้ว แต่ไม่ใครแปลได้โดนใจเท่าคุณธเนศ คุณธเนศไม่ได้แปลแต่ภาษา แต่สื่ออารมณ์ความรู้สึก แนวคิด เจตนารมย์ แบบแอมเวย์ชนิดที่คนอื่นทำได้ยาก ขอให้คุณธเนศอยู่คู่กับแอมเวย์ตลอดไปไชโย


บทความ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555


ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงจากยุคอุตสาหกรรมไปสู่ยุคฐานความรู้นี้ ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนกำลังแยกห่างออกจากกันยิ่งกว่าเดิม อาจจะถึง 1,000 เท่าในอนาคต คนที่ขาดความรู้กำลังดิ้นรนด้วยการทำงานหนักยิ่งขึ้น ในขณะที่คนอีกพวกหนึ่งปรับเปลี่ยนมาใช้ความรู้และเทคโนโลยี่ในการสร้างความมั่งคั่ง มีสำนักงานเล็กๆที่อยู่ตามบ้านหรือตามตึกสูงจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ทำเงินได้มหาศาลจากธุรกิจสมัยใหม่ที่ไม่ใครรู้จัก ในขณะที่คนจำนวนมากกว่ากำลังทำงานหนักจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น แต่พวกเขากลับได้รางวัลเป็นชีวิตที่ยากลำบากและขาดแคลน

คำถามประจำวันที่เราคุ้นเคยในช่วง 50 ปีมานี้ "เรียนจบอะไร จากสถาบันไหน มีตำแหน่งอะไร" ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร แต่ความหมายของมันกำลังน้อยลงๆ สิ่งที่จะมีความหมายกับความสำเร็จในชีวิตและอาชีพการงานยุคต่อไปนี้ ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจบอะไรมา หรือมีตำแหน่งอะไร แต่อยู่ที่ว่าเรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ทอดยาวไปสู่อนาคต หรือกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ทอดยาวมาจากอดีต ซึ่งแต่ก่อนมันเป็นเส้นทางเดียวกัน แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่แล้ว


คนไทยตื่นตัวเรื่องการเรียนมากว่าศตวรรษแล้ว แต่เมื่อโลกก้าวมาถึงยุคฐานความรู้ เราก็ยังสับสนอลหม่านกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง

วันนี้ประเทศเราก้าวหน้าเรื่องการเรียนมากที่สุดในย่านนี้ จนผู้บริหารบางคนเห็นว่าเรามีมหาวิทยาลัยมากเกินไป ควรยุบรวมให้มันน้อยลง มหาวิทยาลัยของเราบางแห่งมีอาจารย์ที่เป็นด๊อกเตอร์(จบปริญญาเอก)มากกว่า 2,200 คน ผมดูตัวเลขของมหาวิทยาลัยเพียง 30 แห่ง ก็พบว่ามีอาจารย์ที่มีความรู้ถึงระดับปริญญาเอกมากกว่า 15,000 คน นี่ยังไม่นับรวมอาจารย์ที่มีความรู้ระดับอื่นๆ

เราไม่มีปัญหาเรื่องคนไม่เรียน ทุกๆวันเราได้พบเห็นคนที่กำลังเรียนต่อ หรือมีแผนจะเรียนต่อมากมายเต็มไปหมด แต่คนที่เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ และมีนิสัยเรียนรู้นั้นอาจจะยังไม่มากพอ เราต้องพัฒนาสังคมเรียนรู้ขึ้นมาให้ควบคู่กับธุรกิจฐานความรู้ที่กำลังมาถึงแล้ว การเรียนสูงเป็นโอกาสของบางคน แต่การเรียนรู้นั้นเป็นโอกาสของทุกคน การเรียนสูงๆต้องไปมหาวิทยาลัย แต่การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกหนทุกแห่ง

ธุรกิจการงานที่ส่งเสริมการเรียนรู้ นั่นคือธุรกิจแห่งอนาคตที่เตรียมคนเข้าสู่โลกยุคฐานความรู้อย่างแท้จริง พระพุทธเจ้าสอนพระสงฆ์สาวกว่าให้หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์เพื่อเรียนรู้ องค์กรนี้จึงอยู่มาได้กว่า 2,500 ปีแล้ว คิโยซากิ ปราชญ์สังคมยุคใหม่ เขาชื่นชมธุรกิจประเภทเครือข่ายในข้อที่ธุรกิจประเภทนี้มีการประชุมอบรมบ่มเพาะผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เขาถึงให้สมญาว่าเป็นโรงเรียนสอนธุรกิจแห่งยุคสมัย