นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรคู่
บทความใน Blog นี้ คัดลอกมาจากบางส่วนใน Facebook ของท่านอาจารย์วิจิตร คงพูล ซึ่งมีคุณค่า และมีพลัง ผมได้รับเกียรติอนุญาตให้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ เพื่อบันทึก และเผยแพร่ให้คนที่โชคดีได้ศึกษาแนวคิดของท่านต่อไปนานเท่านาน ขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้
บทความวันที่ 1 มกราคม 2555
๑ มกราคม ๒๕๕๕
เสียงไชโยโห่ร้องฉลองปีใหม่เงียบสงบลงไปนานแล้ว แสงไฟที่ละลานตาอยู่รอบทิศก่อนเที่ยงคืนดับลง คืนความมืดให้ค่ำคืน บรรยากาศก่อนย่ำรุ่ง สงบวังเวงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อีกไม่นานแสงทองก็จะขึ้นจับขอบฟ้าทางทิศตะวันออก สื่อสัญญาณว่าอรุณรุ่งวันใหม่และศักราชใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว ไม่รอผู้คนที่ยังหลับใหลเหนื่อยล้าจากการเฉลิมฉลอง
วันรุ่งพรุ่งนี้ ไม่ว่าใครจะตื่นเวลาไหน มีความจริงของชีวิตมารอรับอยู่ เราจะอยู่กับมันต่อไปเช่นปีก่อนๆ หรือจะเดินจากมันไปสู่ชีวิตใหม่ที่ดีกว่า อยู่ที่เราเลือก คำอวยพรที่หลั่งไหลมาจากกัลยาณมิตร คือมนต์ภาวนาแซ่ซ้องอวยชัย เป็นกำลังใจให้กับการเริ่มต้นเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ของเรา พร้อมกับการเริ่มต้นศักราชใหม่ในปีนี้
ขอให้มิตรที่รักทุกคน มีพละกำลังในการตั้งความหวัง ตั้งความปรารถนา และตั้งใจฝึกฝนตนเอง เพื่อการเดินทางที่ราบรื่นจนกว่าจะบรรลุความฝันทุกๆคน
บทความ วันที่ 31 ธันวาคม 2554
ปีแห่งสมมติได้สิ้นสุดยุติลงในวันนี้แล้ว นี่คือโอกาสของการย้อนระลึกทบทวน หนึ่งปีที่ผ่านเลยไป อาจเป็นปีแห่ง...ความสุข...ความทุกข์...การมีชีวิตอยู่...การสู้ชีวิต...การใช้ชีวิต... สารพัดที่เราได้ทำให้มันเป็น แต่แล้วในที่สุดทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหมือนเขม่าควันจากหัวรถจักร ที่มีแต่จะจางหายไปกับอดีต
อดีตเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่เช่นเดียวกับอนาคต จะต่างกันก็ตรงที่เราทำอะไรกับอดีตไม่ได้แล้ว จึงหมดหน้าที่กับอดีต แต่เราสามารถกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับอนาคตของเราได้ ด้วยการเตรียมใจพร้อมเพื่อลงมือทำปัจจุบันให้ดีที่สุด โอกาสที่จะได้เริ่มต้นใหม่กำลังจะมาถึงแล้ว
บทความวันที่ 18 พฤศจิกายน 2554
เต่าเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่องช้า ความโง่เง่าเต่าตุ่น แต่มันฉลาดในการปรับตัวเพื่อการอยู่รอด มันจึงอยู่ในโลกมาได้ ๒๐๐ ล้านปีแล้ว ในขณะที่คนเราเกิดมาบนโลกไม่ถึงล้านปี และก้ไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปได้อีกสักห้าพันปีหรือเปล่า เต่ามันมีอายุยืนถึง ๑๕๐ ปี แต่คนเราอายุ ๔๐-๕๐ ปี ก็ป่วยกันล้นโรงพยาบาลแล้ว
เมื่อวาน ผมไปปล่อยลูกเต่าตนุลงทะเลที่ภูเก็ต ลูกเต่าทุกตัวตั้งแต่ออกจากไข่ไม่เคยเห็นทะเลเลย ผมแกล้งวางลูกเต่าหันหัวขึ้นบก ทันทีที่ปล่อยมือมันตะกุยทรายหันหัวไปทางทะเล แล้วออกเดินดุ่มๆมุ่งหน้าลงน้ำ โดยไม่ลังเลวอกแวก ลูกเต่าทุกตัวเป็นอย่างนี้ มันคงไม่ฉลาดไปกว่าคนหรอก เพราะมันคงไม่รู้อะไรสักอย่างที่เรารู้ แต่น่าทึ่งตรงที่ว่าสัตว์โบราณที่โง่เง่าเต่าตุ่นนี้ มันรู้ว่ามันควรจะนำชีวิตไปทางไหน คงเพราะเหตุนี้กระมังที่ทำให้มันอยู่รอดมาได้ถึง ๒๐๐ ล้านปี
บทความวันที่ 20 พฤศจิกายน 2554
เราจะก้าวข้ามไป
ประตูเซ็นเตอร์วันนี้มีกำแพงกั้น กำแพงซ๊เมนต์นั้นกั้นแรงน้ำได้ แต่กั้นแรงปรารถนาของผู้คนไม่ได้ นอกกำแพงคืนนี้เงียบเหงา แต่ผ่านกำแพงเข้าไปในเซ็นเตอร์คึกคักล้นหลามไปด้วยคนที่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะขวางกั้นความหวังตั้งใจของมนุษย์ได้
บทความวันที่ 21 พฤศจิกายน 2554
หนุ่มชนบทเจ้าของรถคันนี้ บอกผมว่าเขาออกจากร้านวัสดุก่อสร้างมารับจ้างทั่วไปดีกว่า เขาให้เหตุผลว่า ”ต้องการอิสรภาพ” มนุษย์นั้นเกิดมาเพื่ออิสระ แต่ตลอดชั่วชีวิตต่างก็ดิ้นรนเข้าสู่พันธนาการ ประดิษฐกรรมและนววัตกรรมใดๆที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อผ่อนภาระแก่ชีวิต ในที่สุดก็กลับกลายเป็นเครื่องเพิ่มพันธนาการไปหมดสิ้น แม้ในกระบวนการประชาธิปไตยที่บูชาเสรีภาพ ก็ยังกลายเป็นที่อยู่ของคนที่สูญเสียอิสรถาพ คนที่แสดงความเห็นเสรีและตัดสินใจเสรีจะถูกขับถูกตีแผ่และประจาน นววัตกรรมใดที่ออกแบบมาเพื่อปลดพันธนาการคืนอิสรภาพแก่ชีวิตคนธรรมดาสามัญได้อย่างแท้จริง นั่นคือสิ่งมหัศจรรย์
บทความวันที่ 24 พฤศจิกายน 2554
1) สองสามวันมานี้ กลับจากงานเฉลิมฉลองความสำเร็จ ต้องไปร่วมงานศพที่แสนเศร้า ลูกสาวสุดที่รักของดาวน์ไลน์คนหนึ่งเสียชีวิต เธอออกจากบ้านไปดูดไขมันที่ท้องแขน เสียชีวิตทันทีที่คลินิค ความสดใสเริงร่ากับความตายมันใกล้ชิดกันเกินไปจนไม่มีใครทำใจได้ เป็นเรื่องเศร้าเดิมๆที่เราพบเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ในบ้านเรา
ไขมันส่วนเกิน น้ำหนักเกิน ความอ้วน เป็นเหตุของความเศร้าความทุกข์และความตาย จนกลายเป็นปัญหาสาธารณะในบ้านเมืองเราไปแล้ว ปัญหาใหญ่นี้เกิดจากเหตุเล็กๆที่มองไม่เห็น คือความหวาน ไขมัน และแป้งขาวที่เจือมากับอาหารมื้อละเล็กละน้อย แต่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ฆาตกรสามตัวนี้เป็นส่วนประกอบของความอร่อย เดี๋ยวนี้ความอร่อย ไม่เป็นแต่เพียงความฝันของคนปรุงและคนกินเท่านั้น มันยังเป็นเป้าหมายจอมปลอมของสังคมบริโภคยุคใหม่อีกด้วย
2) เมื่อกี้ผมให้ความเห็นว่า ความอ้วนเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดจากเหตุเล็กๆน้อยๆที่มองไม่เห็น ที่จริงปัญหาใหญ่อื่นๆก็เป็นเช่นนี้ และที่จริงอย่างไม่น่าเชื่อ ความสำเร็จใหญ่ก็เกิดจากการสั่งสมของสิ่งเล็กๆได้เช่นเดียวกัน
ผมเองก็คุ้นเคยและเห็นด้วยตามที่ฝรั่งสอนว่าให้คิดใหญ่ ทำใหญ่ เพื่อความสำเร็จใหญ่ แต่ในชีวิตจริงไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป ดังเช่น ความสุขความสำเร็จที่แท้จริงยั่งยืนของพวกเราแทบทุกคน บางทีมันก็ไม่ได้เกิดจากการทำเรื่องใหญ่ๆเลยไม่ใช่หรือ
มนุษย์ตัวเล็กๆ ที่คิดใหญ่ไม่ค่อยเป็น เรื่องง่ายๆก็คิดไม่ค่อยออก ทำเรื่องใหญ่ไม่ได้ แต่ลงมือทำสิ่งดีๆ เล็กๆน้อยๆ ทุกเมื่อเชื่อวัน สั่งสม ทับทวีกันขึ้นจนเป็นความสำเร็จใหญ่ได้ ปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายในธรรมชาติ ส่วนหนึ่งก็เกิดด้วยอาการเช่นนี้ ชีวิตเราก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง เราก็สร้างความสำเร็จใหญ่ด้วยการทำสิ่งเล็กๆอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ได้เช่นกัน
คนอ้วนตัวเท่ายักษ์ต้องใช้ปั่นจั่นยก เกิดจากไขมันแป้งน้ำตาลที่เจือไปกับอาหารแต่ละคำ จอมปลวกใหญ่เหมือนภูเขาเลากา เกิดจากเม็ดดินจิ๋วๆ ที่สัตว์ตัวจิ๋วคาบไปสะสมกันขึ้น ถ้าคิดใหญ่ทำใหญ่ไม่ได้ ก็ลงมือทำสิ่งเล็กๆ สั่งสม ทับทวี ให้ยาวนานพอ ในที่สุดก็จะได้ความสำเร็จใหญ่ ได้เช่นเดียวกัน
3) น้ำตาล ได้รับเกียรติบรรจุให้เป็นอาหารหลักหมู่ที่ ๒ ของคนไทย ที่ต้องกินทุกวัน ทั้งที่ไม่มีเหตุผลแม้จะเป็นเพียงอาหารเสริม เพราะน้ำตาลที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ ได้มาง่ายๆจากการย่อยแป้ง ที่มีอยู่ในอาหารสามัญราคาถูกดาษดื่น น้ำตาลไม่ได้เป็นอาหารประจำวันของคนไทยมาก่อน บรรพบุรุษของเรากินแต่อ้อย น้ำหวานจากมะพร้าวและโตนด มันไม่ใช่น้ำตาลอย่างที่เรากินกันอยู่ หากแต่เป็นอาหารธรรมชาติที่หากินยาก กินได้น้อย และไม่ได้กินทุกวัน จึงไม่เกิดพิษภัยกับร่างกาย
ปัจจุบันเราผลิตน้ำตาลกันเป็นอุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำไร ไม่ใช่เพื่อสุขภาพ เดี๋ยวนี้คนไทยกินน้ำตาลจากโรงงานเฉลี่ยคนละหนึ่งกิโลกรัมต่อเดือน ถ้ากรอกน้ำตาลลงไปในเส้นเลือดมากขนาดนี้เป็นปีๆ ระบบร่างกายที่ทำงานเกี่ยวกับน้ำตาลรวนหมดทั้งระบบ เกิดการสะสมไขมัน เกิดการต้านอินซูลิน ตับอ่อนทรุดโทรม สารอาหารดีๆถูกใช้เปลืองไปกับการจัดการสิ่งเหลวไหลไร้ประโยชน์ น้ำตาลทำให้เกิด Social Cost ด้านสาธารณสุขมหาศาล ถึงเวลาที่เราจะต้องคิดบัญชีกับน้ำตาลได้แล้วยัง
ไขมันส่วนเกิน น้ำหนักเกิน ความอ้วน เป็นเหตุของความเศร้าความทุกข์และความตาย จนกลายเป็นปัญหาสาธารณะในบ้านเมืองเราไปแล้ว ปัญหาใหญ่นี้เกิดจากเหตุเล็กๆที่มองไม่เห็น คือความหวาน ไขมัน และแป้งขาวที่เจือมากับอาหารมื้อละเล็กละน้อย แต่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ฆาตกรสามตัวนี้เป็นส่วนประกอบของความอร่อย เดี๋ยวนี้ความอร่อย ไม่เป็นแต่เพียงความฝันของคนปรุงและคนกินเท่านั้น มันยังเป็นเป้าหมายจอมปลอมของสังคมบริโภคยุคใหม่อีกด้วย
2) เมื่อกี้ผมให้ความเห็นว่า ความอ้วนเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดจากเหตุเล็กๆน้อยๆที่มองไม่เห็น ที่จริงปัญหาใหญ่อื่นๆก็เป็นเช่นนี้ และที่จริงอย่างไม่น่าเชื่อ ความสำเร็จใหญ่ก็เกิดจากการสั่งสมของสิ่งเล็กๆได้เช่นเดียวกัน
ผมเองก็คุ้นเคยและเห็นด้วยตามที่ฝรั่งสอนว่าให้คิดใหญ่ ทำใหญ่ เพื่อความสำเร็จใหญ่ แต่ในชีวิตจริงไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป ดังเช่น ความสุขความสำเร็จที่แท้จริงยั่งยืนของพวกเราแทบทุกคน บางทีมันก็ไม่ได้เกิดจากการทำเรื่องใหญ่ๆเลยไม่ใช่หรือ
มนุษย์ตัวเล็กๆ ที่คิดใหญ่ไม่ค่อยเป็น เรื่องง่ายๆก็คิดไม่ค่อยออก ทำเรื่องใหญ่ไม่ได้ แต่ลงมือทำสิ่งดีๆ เล็กๆน้อยๆ ทุกเมื่อเชื่อวัน สั่งสม ทับทวีกันขึ้นจนเป็นความสำเร็จใหญ่ได้ ปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายในธรรมชาติ ส่วนหนึ่งก็เกิดด้วยอาการเช่นนี้ ชีวิตเราก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง เราก็สร้างความสำเร็จใหญ่ด้วยการทำสิ่งเล็กๆอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ได้เช่นกัน
คนอ้วนตัวเท่ายักษ์ต้องใช้ปั่นจั่นยก เกิดจากไขมันแป้งน้ำตาลที่เจือไปกับอาหารแต่ละคำ จอมปลวกใหญ่เหมือนภูเขาเลากา เกิดจากเม็ดดินจิ๋วๆ ที่สัตว์ตัวจิ๋วคาบไปสะสมกันขึ้น ถ้าคิดใหญ่ทำใหญ่ไม่ได้ ก็ลงมือทำสิ่งเล็กๆ สั่งสม ทับทวี ให้ยาวนานพอ ในที่สุดก็จะได้ความสำเร็จใหญ่ ได้เช่นเดียวกัน
3) น้ำตาล ได้รับเกียรติบรรจุให้เป็นอาหารหลักหมู่ที่ ๒ ของคนไทย ที่ต้องกินทุกวัน ทั้งที่ไม่มีเหตุผลแม้จะเป็นเพียงอาหารเสริม เพราะน้ำตาลที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ ได้มาง่ายๆจากการย่อยแป้ง ที่มีอยู่ในอาหารสามัญราคาถูกดาษดื่น น้ำตาลไม่ได้เป็นอาหารประจำวันของคนไทยมาก่อน บรรพบุรุษของเรากินแต่อ้อย น้ำหวานจากมะพร้าวและโตนด มันไม่ใช่น้ำตาลอย่างที่เรากินกันอยู่ หากแต่เป็นอาหารธรรมชาติที่หากินยาก กินได้น้อย และไม่ได้กินทุกวัน จึงไม่เกิดพิษภัยกับร่างกาย
ปัจจุบันเราผลิตน้ำตาลกันเป็นอุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำไร ไม่ใช่เพื่อสุขภาพ เดี๋ยวนี้คนไทยกินน้ำตาลจากโรงงานเฉลี่ยคนละหนึ่งกิโลกรัมต่อเดือน ถ้ากรอกน้ำตาลลงไปในเส้นเลือดมากขนาดนี้เป็นปีๆ ระบบร่างกายที่ทำงานเกี่ยวกับน้ำตาลรวนหมดทั้งระบบ เกิดการสะสมไขมัน เกิดการต้านอินซูลิน ตับอ่อนทรุดโทรม สารอาหารดีๆถูกใช้เปลืองไปกับการจัดการสิ่งเหลวไหลไร้ประโยชน์ น้ำตาลทำให้เกิด Social Cost ด้านสาธารณสุขมหาศาล ถึงเวลาที่เราจะต้องคิดบัญชีกับน้ำตาลได้แล้วยัง
บทความวันที่ 26 พฤศจิกายน 2554
1) เรื่องจริงจากชายหญิงยุคนี้ ที่ฟังจากคนแล้วคนเล่าจนจำได้.......
จบตรีมีงานทำ กำลังลุ้นตำแหน่ง ผ่อนรถจวนจะหมด กำลังเริ่มผ่อนบ้าน เทอมหน้าจะต่อโทภาคค่ำ.... ทุกอย่างกำลังดูดีขึ้น..... มีแต่เงินกับชีวิตเท่านั้นที่แย่ลง
เรามาช่วยกันคิดแต่งนิยายชีวิตด้วยพลอทใหม่ ที่แตกต่างไปจากนี้บ้างดีไหมเอ่ย หนุ่มสาวทั้งหลายเอ๋ย !!
2) หกโมงเช้าที่โอพีดีโรงพยาบาล ผู้ป่วยไปรอคิวรับการรักษาล้นหลาม ข้ามถนนมาไม่ถึงร้อยเมตรที่สนามออกกำลังกายร้างผู้คน การรักษาโรคเป็นมหกรรมประจำวันที่โกลาหลอลหม่านไปทั่วทุกโรงพยาบาล การรักษาสุขภาพ ว่างเปล่าเซาซบ กิจกรรมทางการแพทย์ที่คึกคักก้าวหน้าขึ้น อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าสุขภาพของผู้คนในสังคมกำลังแย่ลง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










