นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรคู่

บทความใน Blog นี้ คัดลอกมาจากบางส่วนใน Facebook ของท่านอาจารย์วิจิตร คงพูล ซึ่งมีคุณค่า และมีพลัง ผมได้รับเกียรติอนุญาตให้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ เพื่อบันทึก และเผยแพร่ให้คนที่โชคดีได้ศึกษาแนวคิดของท่านต่อไปนานเท่านาน ขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้

บทความวันที่ 11 ธันวาคม 2554


“หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต ผมเบื่อความโลภของพี่ๆน้องๆ เลยตัดใจทิ้งที่ดินหนึ่งงานที่ผมได้มรดก เดินทางตัวเปล่าเข้ากรุงเทพ ได้งานในแค้มป์ก่อสร้าง”
แล้วแกก็พร่ำพรรณนาถึงความคับใจสมัยเป็นลูกจ้าง ที่ต้องทำงานหนักและได้รับการปฏิบัติอย่างดูถูกและไม่ปรานีแม้ในยามเจ็บป่วย “ผมตกนั่งร้านปางตาย นายจ้างไม่ใส่ใจเหลียวแลยังกับผมไม่ใช่คน” เขาย้อนเล่าถึงความรู้สึกตรมตรอมในอดีต ที่ทำให้สิ้นเยื่อใยในชีวิตลูกจ้าง ชนิดที่ตัดขาดจากกัน หันมาใช้ชีวิตอิสระเร่ร่อนเก็บของเก่าเลี้ยงตัวคนเดียวไปวันๆ แกบอกผมว่ามีความพอใจกับชีวิตว่างเปล่าที่มีอิสรเสรี ไม่มีทรัพย์สมบัติใดๆนอกจากรถคันนี้
ผมคุยไปพลางชำเลืองดูรถคันนี้ไปพลางด้วยความรู้สึกเวทนาในชะตากรรมของคนดีๆคนหนึ่ง แกเห็นสายตาผมจับจ้องอยู่ที่รถบ่อยๆ เลยเปลี่ยนเรื่องเล่า มาพูดถึงรถคันนี้ว่า ซื้อมาด้วยเงินผ่อน และเล่าผมซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยความภูมิใจว่าแกสามารถผ่อนหมดได้ในเวลาอันรวดเร็วเกินคาด สังเกตดูอาการที่แกมีความสุขจากการผ่อนรถคันนี้หมด คงจะไม่น้อยไปกว่าความสุขของคนที่ผ่อนรถราคาสี่ล้านหมดลงในเดือนนี้
แกอวดผมว่า ในรถเก็บของเก่านี้มีเครื่องยังชีพทุกอย่าง แกล้วงออกมาให้ผมดูทีละอย่าง
“นี่ขวดปลาร้า..ผมกินง่าย”
“นี่กระทะเอาไว้ทำอาหาร น๊อตหลุดตัวเดียวคนรวยเขาทิ้งแล้ว”
“นี่หัวปลา แม่ค้าให้มาพร้อมมะนาวตะไคร้ด้วย”
“ตะแกรงนี่ ไว้ปิ้งอะไรๆ”
“ซองนี่เป็นยาทากันยุงเวลานอนตามใต้ถุนแฟลต”
“กรุงเทพเศษไม้เยอะ หิวเมื่อไหร่ผมก็ก่อไฟทำอาหารกิน พวกแม่ค้าและพวกเดียวกันก็แบ่งข้าวแบ่งน้ำให้ ผมไม่อดอยาก”
ผมถามถึงชีวิตวันข้างหน้า “ ในหัวผมว่างไม่คิดอะไรจริงๆ ไม่มีอะไรจะคิด เวลาป่วยก็นอนอย่างเดียวจนหายเอง ผมรู้จักพวกหนุ่มๆที่มากับรถมูลนิธิเก็บศพบ่อยๆ บอกพวกมันไว้แล้วว่าถ้าเจอลุงนอนแข็งอยู่ที่ไหน ช่วยเก็บด้วย” พูดแล้วแกก็หัวเราะเริงร่า ก่อนจากกันแกพูดถึงพวกที่เครียดกลุ้มและพวกคิดฆ่าตัวตายว่า “ เรื่องอะไรที่ไปเครียดกลุ้มอย่างนั้น เราได้เกิดมาแล้วอยู่มันให้สุขสบายใจดีกว่า”



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น