นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรคู่

บทความใน Blog นี้ คัดลอกมาจากบางส่วนใน Facebook ของท่านอาจารย์วิจิตร คงพูล ซึ่งมีคุณค่า และมีพลัง ผมได้รับเกียรติอนุญาตให้นำมารวบรวมไว้ที่นี่ เพื่อบันทึก และเผยแพร่ให้คนที่โชคดีได้ศึกษาแนวคิดของท่านต่อไปนานเท่านาน ขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้

บทความ วันที่ 31 ธันวาคม 2554


ปีแห่งสมมติได้สิ้นสุดยุติลงในวันนี้แล้ว นี่คือโอกาสของการย้อนระลึกทบทวน หนึ่งปีที่ผ่านเลยไป อาจเป็นปีแห่ง...ความสุข...ความทุกข์...การมีชีวิตอยู่...การสู้ชีวิต...การใช้ชีวิต... สารพัดที่เราได้ทำให้มันเป็น แต่แล้วในที่สุดทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหมือนเขม่าควันจากหัวรถจักร ที่มีแต่จะจางหายไปกับอดีต


อดีตเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่เช่นเดียวกับอนาคต จะต่างกันก็ตรงที่เราทำอะไรกับอดีตไม่ได้แล้ว จึงหมดหน้าที่กับอดีต แต่เราสามารถกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับอนาคตของเราได้ ด้วยการเตรียมใจพร้อมเพื่อลงมือทำปัจจุบันให้ดีที่สุด โอกาสที่จะได้เริ่มต้นใหม่กำลังจะมาถึงแล้ว




บทความวันที่ 18 พฤศจิกายน 2554


เต่าเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่องช้า ความโง่เง่าเต่าตุ่น แต่มันฉลาดในการปรับตัวเพื่อการอยู่รอด มันจึงอยู่ในโลกมาได้ ๒๐๐ ล้านปีแล้ว ในขณะที่คนเราเกิดมาบนโลกไม่ถึงล้านปี และก้ไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปได้อีกสักห้าพันปีหรือเปล่า เต่ามันมีอายุยืนถึง ๑๕๐ ปี แต่คนเราอายุ ๔๐-๕๐ ปี ก็ป่วยกันล้นโรงพยาบาลแล้ว 


เมื่อวาน ผมไปปล่อยลูกเต่าตนุลงทะเลที่ภูเก็ต ลูกเต่าทุกตัวตั้งแต่ออกจากไข่ไม่เคยเห็นทะเลเลย ผมแกล้งวางลูกเต่าหันหัวขึ้นบก ทันทีที่ปล่อยมือมันตะกุยทรายหันหัวไปทางทะเล แล้วออกเดินดุ่มๆมุ่งหน้าลงน้ำ โดยไม่ลังเลวอกแวก ลูกเต่าทุกตัวเป็นอย่างนี้ มันคงไม่ฉลาดไปกว่าคนหรอก เพราะมันคงไม่รู้อะไรสักอย่างที่เรารู้ แต่น่าทึ่งตรงที่ว่าสัตว์โบราณที่โง่เง่าเต่าตุ่นนี้ มันรู้ว่ามันควรจะนำชีวิตไปทางไหน คงเพราะเหตุนี้กระมังที่ทำให้มันอยู่รอดมาได้ถึง ๒๐๐ ล้านปี




บทความวันที่ 20 พฤศจิกายน 2554


เราจะก้าวข้ามไป
ประตูเซ็นเตอร์วันนี้มีกำแพงกั้น กำแพงซ๊เมนต์นั้นกั้นแรงน้ำได้ แต่กั้นแรงปรารถนาของผู้คนไม่ได้ นอกกำแพงคืนนี้เงียบเหงา แต่ผ่านกำแพงเข้าไปในเซ็นเตอร์คึกคักล้นหลามไปด้วยคนที่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะขวางกั้นความหวังตั้งใจของมนุษย์ได้




บทความวันที่ 21 พฤศจิกายน 2554

หนุ่มชนบทเจ้าของรถคันนี้ บอกผมว่าเขาออกจากร้านวัสดุก่อสร้างมารับจ้างทั่วไปดีกว่า เขาให้เหตุผลว่า ”ต้องการอิสรภาพ” มนุษย์นั้นเกิดมาเพื่ออิสระ แต่ตลอดชั่วชีวิตต่างก็ดิ้นรนเข้าสู่พันธนาการ ประดิษฐกรรมและนววัตกรรมใดๆที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อผ่อนภาระแก่ชีวิต ในที่สุดก็กลับกลายเป็นเครื่องเพิ่มพันธนาการไปหมดสิ้น แม้ในกระบวนการประชาธิปไตยที่บูชาเสรีภาพ ก็ยังกลายเป็นที่อยู่ของคนที่สูญเสียอิสรถาพ คนที่แสดงความเห็นเสรีและตัดสินใจเสรีจะถูกขับถูกตีแผ่และประจาน นววัตกรรมใดที่ออกแบบมาเพื่อปลดพันธนาการคืนอิสรภาพแก่ชีวิตคนธรรมดาสามัญได้อย่างแท้จริง นั่นคือสิ่งมหัศจรรย์



บทความวันที่ 24 พฤศจิกายน 2554

1) สองสามวันมานี้ กลับจากงานเฉลิมฉลองความสำเร็จ ต้องไปร่วมงานศพที่แสนเศร้า ลูกสาวสุดที่รักของดาวน์ไลน์คนหนึ่งเสียชีวิต เธอออกจากบ้านไปดูดไขมันที่ท้องแขน เสียชีวิตทันทีที่คลินิค ความสดใสเริงร่ากับความตายมันใกล้ชิดกันเกินไปจนไม่มีใครทำใจได้ เป็นเรื่องเศร้าเดิมๆที่เราพบเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ในบ้านเรา




ไขมันส่วนเกิน น้ำหนักเกิน ความอ้วน เป็นเหตุของความเศร้าความทุกข์และความตาย จนกลายเป็นปัญหาสาธารณะในบ้านเมืองเราไปแล้ว ปัญหาใหญ่นี้เกิดจากเหตุเล็กๆที่มองไม่เห็น คือความหวาน ไขมัน และแป้งขาวที่เจือมากับอาหารมื้อละเล็กละน้อย แต่ทุกเมื่อเชื่อวัน


ฆาตกรสามตัวนี้เป็นส่วนประกอบของความอร่อย เดี๋ยวนี้ความอร่อย ไม่เป็นแต่เพียงความฝันของคนปรุงและคนกินเท่านั้น มันยังเป็นเป้าหมายจอมปลอมของสังคมบริโภคยุคใหม่อีกด้วย







2) เมื่อกี้ผมให้ความเห็นว่า ความอ้วนเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดจากเหตุเล็กๆน้อยๆที่มองไม่เห็น ที่จริงปัญหาใหญ่อื่นๆก็เป็นเช่นนี้ และที่จริงอย่างไม่น่าเชื่อ ความสำเร็จใหญ่ก็เกิดจากการสั่งสมของสิ่งเล็กๆได้เช่นเดียวกัน 


ผมเองก็คุ้นเคยและเห็นด้วยตามที่ฝรั่งสอนว่าให้คิดใหญ่ ทำใหญ่ เพื่อความสำเร็จใหญ่ แต่ในชีวิตจริงไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป ดังเช่น ความสุขความสำเร็จที่แท้จริงยั่งยืนของพวกเราแทบทุกคน บางทีมันก็ไม่ได้เกิดจากการทำเรื่องใหญ่ๆเลยไม่ใช่หรือ 


มนุษย์ตัวเล็กๆ ที่คิดใหญ่ไม่ค่อยเป็น เรื่องง่ายๆก็คิดไม่ค่อยออก ทำเรื่องใหญ่ไม่ได้ แต่ลงมือทำสิ่งดีๆ เล็กๆน้อยๆ ทุกเมื่อเชื่อวัน สั่งสม ทับทวีกันขึ้นจนเป็นความสำเร็จใหญ่ได้ ปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายในธรรมชาติ ส่วนหนึ่งก็เกิดด้วยอาการเช่นนี้ ชีวิตเราก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง เราก็สร้างความสำเร็จใหญ่ด้วยการทำสิ่งเล็กๆอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ได้เช่นกัน 


คนอ้วนตัวเท่ายักษ์ต้องใช้ปั่นจั่นยก เกิดจากไขมันแป้งน้ำตาลที่เจือไปกับอาหารแต่ละคำ จอมปลวกใหญ่เหมือนภูเขาเลากา เกิดจากเม็ดดินจิ๋วๆ ที่สัตว์ตัวจิ๋วคาบไปสะสมกันขึ้น ถ้าคิดใหญ่ทำใหญ่ไม่ได้ ก็ลงมือทำสิ่งเล็กๆ สั่งสม ทับทวี ให้ยาวนานพอ ในที่สุดก็จะได้ความสำเร็จใหญ่ ได้เช่นเดียวกัน







3) น้ำตาล ได้รับเกียรติบรรจุให้เป็นอาหารหลักหมู่ที่ ๒ ของคนไทย ที่ต้องกินทุกวัน ทั้งที่ไม่มีเหตุผลแม้จะเป็นเพียงอาหารเสริม เพราะน้ำตาลที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ ได้มาง่ายๆจากการย่อยแป้ง ที่มีอยู่ในอาหารสามัญราคาถูกดาษดื่น น้ำตาลไม่ได้เป็นอาหารประจำวันของคนไทยมาก่อน บรรพบุรุษของเรากินแต่อ้อย น้ำหวานจากมะพร้าวและโตนด มันไม่ใช่น้ำตาลอย่างที่เรากินกันอยู่ หากแต่เป็นอาหารธรรมชาติที่หากินยาก กินได้น้อย และไม่ได้กินทุกวัน จึงไม่เกิดพิษภัยกับร่างกาย


ปัจจุบันเราผลิตน้ำตาลกันเป็นอุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำไร ไม่ใช่เพื่อสุขภาพ เดี๋ยวนี้คนไทยกินน้ำตาลจากโรงงานเฉลี่ยคนละหนึ่งกิโลกรัมต่อเดือน ถ้ากรอกน้ำตาลลงไปในเส้นเลือดมากขนาดนี้เป็นปีๆ ระบบร่างกายที่ทำงานเกี่ยวกับน้ำตาลรวนหมดทั้งระบบ เกิดการสะสมไขมัน เกิดการต้านอินซูลิน ตับอ่อนทรุดโทรม สารอาหารดีๆถูกใช้เปลืองไปกับการจัดการสิ่งเหลวไหลไร้ประโยชน์ น้ำตาลทำให้เกิด Social Cost ด้านสาธารณสุขมหาศาล ถึงเวลาที่เราจะต้องคิดบัญชีกับน้ำตาลได้แล้วยัง



บทความวันที่ 26 พฤศจิกายน 2554


1) เรื่องจริงจากชายหญิงยุคนี้ ที่ฟังจากคนแล้วคนเล่าจนจำได้.......
จบตรีมีงานทำ กำลังลุ้นตำแหน่ง ผ่อนรถจวนจะหมด กำลังเริ่มผ่อนบ้าน เทอมหน้าจะต่อโทภาคค่ำ.... ทุกอย่างกำลังดูดีขึ้น..... มีแต่เงินกับชีวิตเท่านั้นที่แย่ลง


เรามาช่วยกันคิดแต่งนิยายชีวิตด้วยพลอทใหม่ ที่แตกต่างไปจากนี้บ้างดีไหมเอ่ย หนุ่มสาวทั้งหลายเอ๋ย !!



2) หกโมงเช้าที่โอพีดีโรงพยาบาล ผู้ป่วยไปรอคิวรับการรักษาล้นหลาม ข้ามถนนมาไม่ถึงร้อยเมตรที่สนามออกกำลังกายร้างผู้คน การรักษาโรคเป็นมหกรรมประจำวันที่โกลาหลอลหม่านไปทั่วทุกโรงพยาบาล การรักษาสุขภาพ ว่างเปล่าเซาซบ กิจกรรมทางการแพทย์ที่คึกคักก้าวหน้าขึ้น อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าสุขภาพของผู้คนในสังคมกำลังแย่ลง



บทความวันที่ 27 พฤศจิกายน 2554


1) จอมือถือบอกเวลา 7.59 เสียงไม้เท้าเหล็กของคนตาบอดดัง แก๊ง แก๊ง แก๊ง...ไปตาม
ฟุทบาท ส่งสัญญาณถึงลูกค้าล็อตเตอรี่ หนุ่มตกงานบ้านตรงข้ามตื่นงัวเงียมาแง้มหน้าต่าง ยืนขยี้ตารับแสงจ้าตอนสาย เมื่อคืนคงนอนหลังรายการทีวีรอบดึก น้ำลดแล้ว คนตาดีตกงานมหาศาล ในขณะที่วนิพกตาบอดมีงานทำ




2) ก่อนยุคอุตสาหกรรมคนส่วนใหญ่สามารถสร้างงานของตนเองได้ แม้เราจะสะดวกสบายจากผลของการพัฒนาอุตสาหกรรม แต่วัฒนธรรมยุคอุตสาหกรรม ก็ได้ทำให้คนจำนวนมากสูญเสียโอกาสและสูญเสียความสามารถในการสร้างงานของตนเอง ยุคอุตสาหกรรมได้บ่มเพาะทัศนะใหม่ที่มองว่างานเป็นสิ่งทีต้องขอประทานจากคนอื่น ความหมายของงานหดสั้นลงเหลือเพียงการจ้าง การจ้างงานเป็นความฝันของนักเศรษฐศาสตร์และผู้บริหารประเทศ ทัศนะต่อการจ้างงานที่มาแทนการสร้างงาน เป็นอย่างเดียวกับการมองว่าเขื่อนสามารถอุ้มน้ำแทนป่าได้ ถึงวันที่ระบบล้มเหลวไม่สามารถจ้างงานได้ ปัญญาชน หัวหน้าครอบครัว ผู้บริหาร ผู้นำ ตลอดถึงคนชั้นมันสมอง พากันตกงานทำอะไรไม่ถูก เพราะสูญเสียความสามารถในการสร้างงานของตนเอง



บทความวันที่ 28 พฤศจิกายน 2554


บั้งไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเพราะมีแรงบันดาลจากเปลวไฟที่ไปจุดมัน ในตัวคนก็มีพลังซ่อนเงียบที่มีศักยภาพมากกว่าดินประสิวในบั้งไฟ แต่ไม่มีแรงบันดาลใจอะไรมาจุด


แรงบันดาลใจส่วนใหญ่เกิดจากเหตุการณ์สามัญธรรมดาในชีวิตที่ใส่ความคิดเข้าไป....วันหนึ่งขณะที่ไอสไตน์นั่งกินน้ำชากับเพื่อน แกเห็นน้ำตาลค่อยๆละลายในถ้วยชา เกิดแรงบันดาลใจอยากรู้พฤติกรรมการกระจายของโมเลกุลน้ำตาล แรงบันดาลใจเล็กๆนี้ ทำให้ไอสไตน์ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างขนาดโมเลกุล ความเร็วในการแพร่ และความหนืดของสารละลาย สุดท้ายนำไปสู่การค้นพบวิธีวัดขนาดของโมเลกุลแบบใหม่ 


ผลการค้นพบนี้แกนำเสนอเป็นวิทยานิพนธ์ จนได้รับปริญญาเอกด้านฟิสิกศ์ทฤษฎีจากมหาวิทยาลัยซูริค 
[ ฟิสิกส์ทฤษฎีคือการค้นพบด้วยวิธีคิดนึกคำนวน แล้วให้นักฟิสิกส์อีกพวกหนึ่งที่อยากรู้ว่าจริงหรือไม่จริงไปพิสูจน์ทดลองกันเอาเอง ]


พวกเราทุกคนเคยเห็นละอองเกสรดดอกไม้ลอยไปลอยมาบนผิวน้ำ นายบราวน์แกก็เห็นเหมือนเรา แต่แกสรุปเป็นทฤษฎีว่าอนุภาคในน้ำเคลื่อนที่สะเปะสะปะไร้ทิศทาง สมัยเราเรียนวิทยาศาสตร์เรารู้จักการค้นพบของแกในนามทฤษฎี Brownian Motion ที่โด่งดังยอมรับกันมา ๒๐๐ ปีแล้ว ที่จริงเราก็พบเห็นเหมือนเขาทุกอย่าง แต่ไม่มีผลงานอะไรเกิดขึ้น ต้องถามกันเองอีกครั้งว่า เพราะอะไร




บทความวันที่ 2 ธันวาคม 2554 (2 บทความ)

(1) ใครๆก็ปรารถนารายได้สูง ตำแหน่งสูง งานชั้นสูง สังคมชั้นสูง มาตรฐานสูง ความสำเร็จระดับสูง สิ่งที่สูงทั้งหมดทั้งสิ้นทั้งรูปธรรมและนามธรรม สูงได้เพราะฐานราก ยิ่งสูงยิ่งต้องมีฐานรากที่แข็งแกร่ง งานสำคัญของผู้ฝันใหญ่ใฝ่สูง ไม่ได้อยู่ข้างบน หากแต่อยู่ข้างล่างคืองานพื้นฐาน งานพื้นฐานคืองานสามัญธรรมดาที่ใครก็ทำได้ ไม่ได้ต้องการความสามารถพิเศษอย่างงานชั้นสูง การล้มครืนของสิ่งที่มนุษย์สร้าง ตั้งแต่วัตถุอาคารไปจนถึงเศรษฐกิจสังคม แม้กระทั่งความล้มเหลวของชีวิต ล้วนมีเหตุมาจากพื้นฐานที่อ่อนแอทั้งสิ้น






(2) ผมเดินตามแม่บ้านไปตลาดนัด จะไปซื้อเครื่องเคราทั้งหลายมาแกงส้ม แกงส้มหม้อเล็กๆราคาวัตถุดิบเบ็ดเสร็จตั้ง ๔๐๐ บาท ผมไม่เคยจ่ายตลาด งุนงงกับราคานี้มาก เฉพาะปลากระพงชิ้นเดียวราคา ๓๕๐ บาท ค่าใช้จ่ายเพียงเพื่อมีชีวิตอยู่กำลังเพิ่มขึ้น อาการที่เพิ่มขึ้นของรายจ่ายยุคนี้ ถ้าให้ตรงตามความจริง ต้องพูดด้วยภาษาฟิสิกส์ว่ากำลังเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเร่ง ส่วนการเพิ่มขึ้นของรายได้ต้องอธิบายด้วยภาษาเศรษฐศาสตร์ว่ากำลังเพิ่มขึ้นแบบถดถอย ความเป็นไปของโลกยุคนี้ไม่สามารถอธิบายด้วยภาษาชาวบ้านได้แล้ว ต่อไปจะไม่สามารถอธิบายได้ด้วยภาษามนุษย์ ต้นเหตุที่ทำให้เราต้องจ่ายแพงขึ้นนั้น ไม่สามารถจับต้องมองเห็นได้ เราจึงทำอะไรกับมันได้ยาก ขนาดมองเห็นมันมาขาวโพลนอย่างน้ำท่วม เรายังทำอะไรมันไม่ได้ เมื่อทำอะไรกับรายจ่ายได้ยาก ก็เหลือทางรอดเดียวคือต้องทำอะไรบางอย่างกับรายได้ อย่างน้อยก็ให้มันไปกันได้กับรายจ่าย เจ้าประคุณท่านทั้งหลายเห็นอย่างไร



บทความวันที่ 3 ธันวาคม 2554


เมื่อเช้านั่งกินข้าวกับคนแปลกหน้า เขาเป็นนักขายประกันชั้นครู มีหน้าที่ฝึกอบรมคนอื่น เขาขายความคิดที่จะช่วยปลดหนี้ประชาชนด้วยวิธีประกันของเขา โมเดลที่เขาอธิบายให้ผมฟังนั้นน่าสนใจอย่างยิ่ง ผมคิดในใจว่าถ้าคนเป็นหุ่นยนต์ เป็นตุ๊กตา เป็นตัวหมากรุก หรือเป็นคนดีในอุดมคติ ข้อเสนอของเขาจะต้องได้ผลเต็มร้อยอย่างไม่มีข้อสงสัย
แต่เหตุที่ความคิดดีๆและความตั้งใจดีๆของเราใช้ไม่ได้ผลกับคนอื่นหรือแม้กับตัวเราเอง เพราะมาเจอกับ “อุปนิสัย” ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในตัว ไม่เพียงเท่านั้น ในตัวคนยังมีสิ่งที่อ่อนและแข็งไปกว่านั้นอีก นั่นคือ นิสัย และ สันดาน นี่คือต้นเหตุภายในที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มาเกี่ยวข้องกับคน ยุ่งเหยิงซับซ้อนขึ้น ไม่เคยง่ายอย่างที่คิด ซึ่งก็ตรงตามความหมายของคำว่า “คน” ที่แปลตรงตัวว่า ทำให้ปนกันยุ่ง ถ้าจะให้หายยุ่งก็ต้องอดทนและพยายามคนแล้วคนอีกจนกว่าจะเข้ากันเป็นเนื้อเดียวโน่นแหละครับ...




บทความวันที่ 10 ธันวาคม 2554 (2 บทความ)

(1) บนสังเวียนการต่อสู้และในสนามรบ การรู้จุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามนั่นคือโอกาสของชัยชนะ แต่ในชีวิตประจำวันเรารู้จุดอ่อนของผู้อื่นเพื่อการช่วยเหลือ และรู้จุดอ่อนของตนเองเพื่อการแก้ไข แต่ขึ้นชื่อว่าจุดอ่อนแล้วไม่ว่าเป็นของตนเองหรือของผู้อื่นใช้ทำงานไม่ได้ สิ่งที่ใช้ประโยชน์ได้เลยเดี๋ยวนี้โดยไม่ต้องรอการแก้ไขคือจุดแข็ง แล้วอะไรล่ะคือจุดแข็งของตัวเราเอง และอะไรคือจุดแข็งของคนที่เราต้องการช่วยเหลือเขา



(2) ผมได้มีโอกาสสนทนากับอาจารย์หนุ่มนักวิทยาศาสตร์ ผู้พิศมัยการยุติข้อโต้แย้งโดยวิธีพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้มันประจักษ์แจ้งไปเลย ผมออกความเห็นว่า ในสังคมมนุษย์นี้ไม่ได้อยู่ด้วยผลของวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่อยู่กันได้ด้วยความเชื่ออีกส่วนหนึ่ง ความเชื่อ-ที่ผลพิสูจน์ทดลองก็อาจไปเปลี่ยนเขาไม่ได้ และนี่คือส่วนผสมอีกส่วนหนึ่งของสังคมมนุษย์ที่คนวิทยาศาสตร์ต้องทำความเข้าใจโดยไม่ต้องพิสูจน์ทดลอง



บทความวันที่ 11 ธันวาคม 2554


“หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต ผมเบื่อความโลภของพี่ๆน้องๆ เลยตัดใจทิ้งที่ดินหนึ่งงานที่ผมได้มรดก เดินทางตัวเปล่าเข้ากรุงเทพ ได้งานในแค้มป์ก่อสร้าง”
แล้วแกก็พร่ำพรรณนาถึงความคับใจสมัยเป็นลูกจ้าง ที่ต้องทำงานหนักและได้รับการปฏิบัติอย่างดูถูกและไม่ปรานีแม้ในยามเจ็บป่วย “ผมตกนั่งร้านปางตาย นายจ้างไม่ใส่ใจเหลียวแลยังกับผมไม่ใช่คน” เขาย้อนเล่าถึงความรู้สึกตรมตรอมในอดีต ที่ทำให้สิ้นเยื่อใยในชีวิตลูกจ้าง ชนิดที่ตัดขาดจากกัน หันมาใช้ชีวิตอิสระเร่ร่อนเก็บของเก่าเลี้ยงตัวคนเดียวไปวันๆ แกบอกผมว่ามีความพอใจกับชีวิตว่างเปล่าที่มีอิสรเสรี ไม่มีทรัพย์สมบัติใดๆนอกจากรถคันนี้
ผมคุยไปพลางชำเลืองดูรถคันนี้ไปพลางด้วยความรู้สึกเวทนาในชะตากรรมของคนดีๆคนหนึ่ง แกเห็นสายตาผมจับจ้องอยู่ที่รถบ่อยๆ เลยเปลี่ยนเรื่องเล่า มาพูดถึงรถคันนี้ว่า ซื้อมาด้วยเงินผ่อน และเล่าผมซ้ำแล้วซ้ำอีกด้วยความภูมิใจว่าแกสามารถผ่อนหมดได้ในเวลาอันรวดเร็วเกินคาด สังเกตดูอาการที่แกมีความสุขจากการผ่อนรถคันนี้หมด คงจะไม่น้อยไปกว่าความสุขของคนที่ผ่อนรถราคาสี่ล้านหมดลงในเดือนนี้
แกอวดผมว่า ในรถเก็บของเก่านี้มีเครื่องยังชีพทุกอย่าง แกล้วงออกมาให้ผมดูทีละอย่าง
“นี่ขวดปลาร้า..ผมกินง่าย”
“นี่กระทะเอาไว้ทำอาหาร น๊อตหลุดตัวเดียวคนรวยเขาทิ้งแล้ว”
“นี่หัวปลา แม่ค้าให้มาพร้อมมะนาวตะไคร้ด้วย”
“ตะแกรงนี่ ไว้ปิ้งอะไรๆ”
“ซองนี่เป็นยาทากันยุงเวลานอนตามใต้ถุนแฟลต”
“กรุงเทพเศษไม้เยอะ หิวเมื่อไหร่ผมก็ก่อไฟทำอาหารกิน พวกแม่ค้าและพวกเดียวกันก็แบ่งข้าวแบ่งน้ำให้ ผมไม่อดอยาก”
ผมถามถึงชีวิตวันข้างหน้า “ ในหัวผมว่างไม่คิดอะไรจริงๆ ไม่มีอะไรจะคิด เวลาป่วยก็นอนอย่างเดียวจนหายเอง ผมรู้จักพวกหนุ่มๆที่มากับรถมูลนิธิเก็บศพบ่อยๆ บอกพวกมันไว้แล้วว่าถ้าเจอลุงนอนแข็งอยู่ที่ไหน ช่วยเก็บด้วย” พูดแล้วแกก็หัวเราะเริงร่า ก่อนจากกันแกพูดถึงพวกที่เครียดกลุ้มและพวกคิดฆ่าตัวตายว่า “ เรื่องอะไรที่ไปเครียดกลุ้มอย่างนั้น เราได้เกิดมาแล้วอยู่มันให้สุขสบายใจดีกว่า”



บทความวันที่ 11 ธันวาคม 2554 (2)

ภายใต้กระแสลมเดียวกัน เรือใบแต่ละลำสามารถปรับใบแล่นไปคนละทิศคนละทางได้ตามใจปรารถนา ภายใต้กระแสธารของโชคชะตาฟ้าลิขิต คนเราก็สามารถกำหนดชีวิตของตนเองได้



บทความวันที่ 16 ธันวาคม 2554

การสนทนา สำเร็จประโยชน์ได้ด้วยการฟัง ไม่ใช่ด้วยลำพังการพูด คู่สนทนาที่ดีคือผู้ฟังที่ดี การพูดมีตำราและมีโรงเรียนสอน แต่การฟังต้องตั้งใจเอาเอง การฟังเพียงเพื่อให้ได้ยินเสียงจากลมปาก ไม่ต้องตั้งใจก็ได้ยิน แต่ที่ต้องตั้งใจก็เพื่อให้ได้ยินเสียงจากภายในของคู่สนทนา ไม่ใช่ฟังว่าเมื่อไหร่เขาจะพูดจบ เพื่อเราจะได้พูดสิ่งที่เราอยากพูด บทสนทนาที่นำไปสู่ความล้มเหลวทั่วโลก เกิดจากการไม่สนใจฟัง



บทความวันที่ 13 ธันวาคม 2554 (2)

มองออกไปภายนอก เราทุกคนอยากได้ เงินทอง เกียรติ ตำแหน่ง มองเข้ามาภายใน ใจของเราร้องหาอิสรเสรีและชีวิตที่หมดภาระ เงินทองเกียรติตำแหน่งนั้นต้องต่อสู้แสวงหามาด้วยความยากลำบาก เมื่อได้มามันก็มาพร้อมกับพันธนาการและความยุ่งยาก สุดที่จะแยกแยะออกจากกันได้ ส่วนอิสรภาพและความยั่งยืนแห่งชีวิตนั้นไปได้ถึงยากยิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทอง คนพวกหนึ่งมุ่งแสวงหาจากข้างนอก อีกพวกหนึ่งมุ่งแสวหาจากข้างใน และยังมีพวกที่สามที่ฝันถึงชีวิตสมดุลย์ทั้งสองด้านทั้งข้างนอกข้างใน คนกลุ่มนนี้จึงต้องพิถีพิถันในการเลือกวิถีชีวิตและการงานที่สามารถให้ชีวิตที่สมดุลย์ได้



บทความวันที่ 13 ธันวาคม 2554


ภาระพิเศษของหนุ่มสาวยุคใหม่...
ฝรั่งสอนให้เราทำตามที่ใจตัวเองปรารถนา ไม่มีอะไรต้องโต้แย้งในเรื่องนี้ เพราะใจของเราคือขุมพลังสำคัญของชีวิต แต่เราคนไทยมีใจของพ่อแม่พี่น้องอยู่ในใจของเราด้วย ในขณะที่มุ่งไปตามใจเรา เรายังมีภาระต้องประคับประคองใจของพ่อ แม่ พี่ น้อง ไปพร้อมๆกันด้วย นี่อาจเป็นสิ่งที่ฝรั่งรู้สึกได้ไม่เท่าเรา อีกด้านหนึ่งเมื่อมองออกไปรอบตัวและมองไปข้างหน้า เรายังมีภาระที่จะต้องปรับตัวให้ชีวิตเป็นไปตามยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงด้วย




บทความวันที่ 14 ธันวาคม 2554

วันหนึ่ง ขณะที่ผมยืนอยู่บนระเบียงอาคารเรียนชั้นสองของโรงเรียนสอนคนตาบอด เด็กน้อยคนหนึ่งเดินผ่านผมไปแล้ววกกลับมาถามว่า มาจากไหน ผมแปลกใจมากเลยถามเขาว่า หนูรู้ได้อย่างไรว่ามีคนแปลกหน้ามายืนอยู่ที่นี่ เขาตอบว่าผมได้กลิ่น(ที่แตกต่างจากคนในโรงเรียน) ผมเองไม่เคยรู้สึกเลยว่าตัวเองมีกลิ่นอย่างไร
เมื่อวานผมยืนดูเด็กหนุ่มตาบอดเดินร้องขายลอตเตอรี่ สลับกับการผิวปากสบายใจ เดินเข้าซอยเกือบถึงกำแพงก้นซอยแล้วหันหลังกลับออกมา ถึงปากซอยเลี้ยวซ้ายไปตามถนน โดยไม้เท้าไม่แตะฟุตบาทเลย ผมเดินเข้าไปถือวิสาสะจับแขนแล้วเดินคุยไปกับเขา ผมถามว่าทำไมเธอเลี้ยวซ้ายถูก เธอรู้ได้อย่างไรว่าถึงปากซอยแล้ว เขาตอบว่าฟังจากเสียงรถ แล้วเมื่อกี้มีรถจอดอยู่ข้างหน้าเห็นเธอหลีกก่อนที่ไม้เท้าจะไปถึง เธอรู้ได้อย่างไร เขาตอบว่าผมรู้สึกว่ามีอะไรขวางอยู่ เอ้าเธอตาบอดสนิทไหมเนี่ย....บอดสนิทเลยครับ ผมถามว่าเธออายุเท่าไหร่แล้ว เขาตอบว่า ๒๖ .....เธอรู้ไหมผมอายุเท่าไหร่ เขาคิดนิดหนึ่งตอบอายุผมได้ต่ำกว่าอายุจริงแต่ใกล้เคียง ประมาณเดียวกับที่คนตาดีๆเคยบอกผม ผมถามว่าเธอรู้อายุผมได้อย่างไร เขาตอบว่าฟังจากเสียงพูด
คนตาบอดเขายังมี “ความรู้สึก” และใช้ประโยชน์จากความรู้สึกในการมีชีวิตอยู่ ในขณะที่เราคนตาดีได้สูญเสียความรู้สึกไปเกือบหมดสิ้น สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างทั้งรูปเสียงกลิ่นรส ได้ถาโถมเข้าสู่ชีวิตเราจนอื้ออึง ถล่มทำลายความรู้สึกที่มีอยู่โดยธรรมชาติหดหายไปหมดสิ้น จนบางครั้งเราใช้ชีวิตละเมอเพ้อพกตามคนอื่นไป ตามกระแสโลก ตามสิ่งที่ได้รู้ได้เห็นไป โดยปราศจากความรู้สึก เรารู้มากขึ้นทุกวันแต่รู้สึกกันน้อยลงๆ หุ่นยนต์กำลังถูกพัฒนาให้นึกคิดได้ใกล้เคียงมนุษย์ แต่มนุษย์กำลังจะเป็นหุ่นยนต์เส
ียเอง



บทความวันที่ 16 ธันวาคม 2554

เมื่อต้นไม้ในป่าล้มลงสักต้นหนึ่ง หรือสัตว์ตายลงสักตัวหนึ่ง ไม่ได้ทำให้ป่าเสียหายไปในวงกว้าง แต่เมื่อเสาไฟฟ้าในเมืองใหญ่ล้มลงต้นหนึ่ง หรือรถยนต์ตายขวางถนนเพียงคันเดียว จะส่งผลกระทบแผ่ไปในบริเวณกว้างจนเกิดความเสียหายมหาศาล 
ในระบบธรรมชาติ ความซับซ้อนหลากหลายเกิดขึ้นและเชื่อมโยงกันอยู่ด้วยกฎธรรมชาติ ทั้งในโมเลกุลของสาร ในร่างกายของสิ่งมีชีวิต ในระบบนิเวศน์ ตลอดไปถึงระบบของจักรวาล ความซับซ้อนนี้มีระเบียบ ยิ่งซับซ้อนหลากหลาย ยิ่งทำให้ระบบแข็งแรงยั่งยืน ส่วนความซับซ้อนในระบบที่มนุษย์สร้าง ตั้งแต่สมองกลไปจนถึงเมืองใหญ่มักจะเกิดจากกิเลสมนุษย์ ยิ่งซับซ้อนยิ่งยุ่งเหยิง ยิ่งเปราะบางต่อการแตกทำลาย
คนเรากำลังทำลายความซับซ้อนหลากหลายของระบบธรรมชาติลง ตั้งแต่การแทรกแซงทำลายระบบของดินน้ำอากาศ การทำลายป่า การทำลายภูมิทัศน์ การแยกเอาเฉพาะพืชและสัตว์ที่ชอบออกมาบำรุงเลี้ยง การเฟ้นแต่เฉพาะของดีของชอบมาขายมากิน เวลาเดียวกันคนยุคนี้กลับสร้างและสะสมความซับซ้อนหลากหลายขึ้นมาเสียเอง ตั้งแต่ในห้องนอน กิจกรรมในการมีชีวิตอยู่ ไปจนถึงระบบเมืองที่โกลาหลอลหม่าน
บำรุงความซับซ้อนหลากหลายของธรรมชาติ ลดสิ่งซับซ้อนที่มนุษย์สร้าง นี่คือวิถีทางที่จะอยู่ร่วมกับจักรวาล




บทความวันที่ 20 ธันวาคม 2554


งานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แม้เด็กตัวน้อยก็มีการเล่นเป็นงานของเขา เมื่อเด็กตัวน้อยๆทำงานของเขาเราจะเห็นเขามีความสุขและมีอิสระ ความสุขและอิสระเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีชีวิตอยู่เหนืองาน เมื่อไรที่เราจำต้องทำงานโดยปราศจากความสุขและอิสระเท่ากับเราตกเป็นทาสงาน 


การที่คนจำนวนมากเรียกร้อง รอคอย เฝ้าฝันถึงวันหนึ่งที่เขาจะได้หยุดทำงาน นั่นคือความฝันที่จะได้หลุดพ้นจากการทนทุกข์เป็นทาสงานสู่ชีวิตที่มีอ...ิสรภาพและมีความสุข 


เราจะเห็นว่าคนที่มีอิสระและมีความสุขกับงาน จะไม่ฝันรอคอยวันที่จะได้หยุดทำงาน แต่อาจจะเปลี่ยนงานไปตามความเหมาะสม เพราะชีวิต งาน ความสุข และอิสรภาพ เป็นหนึ่งเดียวกัน 


วัยเกษียณจะไม่มีอยู่ในหมู่คนที่มีความสุขกับการงาน การเกษียณอายุจากงาน เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมยุคอุตสาหกรรม ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตมนุษย์



บทความวันที่ 20 ธันวาคม 2554 (2)

ไม่มีใครตั้งความปรารถนาในชีวิตว่าจะเป็นหนี้ แต่แล้วคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันก็เป็นหนี้ หนี้ครัวเรือน หนี้ส่วนบุคคล ยกระดับความสำคัญขึ้นเป็นตัวชี้ภาวะเศรษฐกิจ เหมือนเข็มบอกเวลาบนหน้าปัทย์นาฬิกา ระดับความกล้าหาญในการเป็นหนี้ก็ได้เพิ่มขึ้นถึงสิบเท่าของรายได้ และกำลังระบาดไปสู่กลุ่มประชากรอายุน้อยในวัยเรียนเช่นเดียวกับโรคมะเร็งและเบาหวาน ได้มีการคิดวิธีและถ้อยคำไพเราะมากมายมาใช้เยียวยาหนี้สิน แต่อาการไม่ดีขึ้น แล้วเราจะทำอย่างไรดีกับสังคมยุคหนี้สิน



บทความวันที่ 24 ธันวาคม 2554


ในหลวงบอกว่า “เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องพูดให้เขาเข้าใจ ไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่จะต้องพยายามเข้าใจสิ่งที่เราพูด” เท่าที่ผมมีประสบการณ์ส่วนตัวมา ผมสังเกตุเห็นว่าเมื่อใดที่เราพูดโดยไม่เข้าใจคนฟัง คนที่ฟังก็มักจะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เราพูด 
การพูด การสอน การนำเสนอ การพรีเซ้นต์ การถ่ายทอด การสื่อสาร มีความสำคัญในการช่วยเหลือผู้อื่นและสำคัญในการสร้างความสำเร็จในชีวิต การนำเสนอให้คนอื่นเข้า...ใจได้ชัดเจน จนนำไปปฏิบัติได้จริง พระพุทธเจ้ายกย่องว่าเป็นปาฏิหาริย์ขั้นสูงสุด ยิ่งกว่าปฏิหาริย์อื่นใดบรรดาที่มนุษย์ทำได้
ผมเคยได้อ่านคำปราศรัยของปราชญ์สมัยใหม่คนหนึ่ง ที่ได้รับเชิญไปปาฐกถากับบัณฑิตใหม่ของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ท่านพูดว่า พวกเธอเรียนจบแล้ว กำลังเข้าสู่การทำงานสร้างชีวิต มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ต้องฝึกปรือเพื่อความสำเร็จทั้งหลายทั้งปวงคือ การนำเสนอ แปลง่ายๆว่าไปฝึกพูดให้เพื่อนรู้เรื่องอย่างเดียวเท่านั้น




บทความวันที่ 26 ธันวาคม 2554

ซื้อหนังสือดีเบสเซลเลอร์ไว้หลายเล่มยังไม่มีเวลาอ่าน อัลบั้มเพลงฮิตออกใหม่ยังไม่ได้โหลดมาฟัง ข่าวว่ามีที่เที่ยวใหม่ๆเกิดขึ้นหลายแห่งยังไม่ได้ไปสักที มีวัดดีหลายวัดที่ตั้งใจจะไป ร้านอาหารเปิดใหม่ในซอยมาโปรยใบปลิวทุกวันยังไม่ได้ไปกินสักที ซื้อซีดีโยคะมาตั้งนาน ไม่มีโอกาสได้ฝึกเลย หนังดังฉายจนจะออกอยู่แล้ว ยังไม่ได้ไปดู โปรแกรมใหม่ๆในโลกดิจิตอลอีกมากที่อยากใช้ แต่ยังทำไม่เป็น ........เราจะทำอย่างไรดีกับชีวิตยุคข้อมูลข่าวสาร ข้อมูลข่าวสารยุคนี้แทบไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหน มันหลั่งไหลมาเองรอบทิศทางจนท่วมท้นชีวิตเรา รับมันไว้ทั้งหมดก็ หูอื้ตาลาย สับสน ฟุ้งซ่าน ปฏิเสธมันเลยก็ตกข่าว ตกยุค ไม่ทันเขา รับมันเท่าที่ได้ก็กังวลและเสียหายเพราะพลาดส่วนที่เหลือ เราจะทำอย่างไรกับชีวิตยุคข้อมูลข่าวสาร



บทความวันที่ 27 ธันวาคม 2554 (2)


ผมได้ยินเด็กน้อยไร้เดียงสาคนหนึ่งตกลงกับแม่ว่า ที่นี้เขาจะกินข้าวก่อนแล้วค่อยกินขนม เพราะแม่บอกว่าไม่ยังงั้นยายจะไม่รัก เขากลัวว่าคนอื่นจะไม่รัก เขาอยากให้ยายรักเขา เขายังไม่รู้อะไร แต่เขารู้จักความรัก เขารู้ได้เอง ไม่มีใครสามารถอธิบายความหมายและคุณค่าของความรักให้เด็กทารกเข้าใจได้ 
ความรักเกิดขึ้นมาพร้อมชีวิตของเรา และจะต้องอยู่กับชีวิตเราตลอดไป ถ้าชีวิตมนุษย์ขาดความรัก ก็จะสูญเสียคุณลักษณะของความเป็นมนุษย์ เหลือเพียงสิ่งมีชีวิตที่หายใจได้ จะขาดพลังสำคัญที่จะนำไปสู่ความสุขและความสำเร็จ 
ความรักเป็นสิ่งที่บ่มเพาะฟื้นฟูได้ด้วยตัวเอง เริ่มจากการรักตัวเอง เรียนรู้ที่จะรักผู้อื่น จนกระทั่งรักสรรพสิ่งรอบข้างที่ประกอบกันขึ้นเป็นโลกและจักรวาล เมื่อมีความรัก ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นไปได้




บทความวันที่ 27 ธันวาคม 2554

วัยรุ่นไทยที่ชื่นชอบศรัทธานักร้องเกาหลี เขาสามารถร้องเพลงโปรดของเขาได้ทั้งที่ไม่รู้ภาษาเกาหลีมาก่อน คนโบราณทั้งจีน ไทย เกาหลี และญี่ปุ่น สามารถเข้าใจพุทธศาสนาผ่านภาษาอินเดียได้ เพราะเขามีศรัทธาที่จะเรียนรู้ 
ความเชื่อศรัทธา เป็นเหตุบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เกิดความกระตือร้นที่จะเรียนรู้ ลำพังครูดีและหลักสูตรดี ถ้าปราศจากความเชื่อศรัทธาเสียแล้ว กระบวนการเรียนรู้ก็ขาดพลังสำคัญไป






บทความวันที่ 28 ธันวาคม 2554

แทบทุกเช้าเธอประคองคุณยายในวัยชราออกมาเดินยืดเส้นยืดสายเป็นประจำ จนกว่าจะถึงวันหนึ่งที่คุณยายเดินไม่ได้ และแทบทุกเย็นเธอพาลูกชายตัวเล็กไปป้อนข้าวและประคองหัดเดินจนกว่าจะถึงวันหนึ่งที่หนูน้อยสามารถเดินเองได้ งานหนึ่งไม่มีความหวัง อีกงานหนึ่งนั้นมีความหวัง แต่การได้ทำหน้าที่ย่อมมีคุณค่าเหนือสิ่งอื่นใด


บทความวันที่ 30 ธันวาคม 2554 (2)


.ค่ำคืนในเมืองใหญ่ ที่ที่คนหมดภาระทางการเงิน สามารถเลือกมุมสงบเงียบกับอาหารมื้อค่ำรสเลิศ แชมเปญขวดละสองหมื่นกว่าบาท หรือถ้าเพียงจิบเล่นก็แก้วละพันสี่ร้อย ปลาทอดตัวละพัน ขนมหวานถ้วยละสี่ร้อย ราคาข้าวของที่นี่ไม่เป็นไปตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ และไม่เป็นอุปสรรคกับธุรกิจ ทุกคืนลูกค้าอุดหนุนเนืองแน่น ต้องสั่งจองโต๊ะล่วงหน้า คนมีเงินหาอาหารค่ำมื้อละหมื่นบาทได้ที่นี่ โดยไม่ต้องบินไปถึงยุโรป
วันคืนที่หย่อมบ้านเล็กๆชายทุ่ง ทุกที่เป็นมุมสงบเงียบ คนที่นี่ไม่มีปัญหาลืมล๊อกกุญแจหรือลืมเงินติดตัว ปัจจัยยังชีพไม่มีราคาค่างวด ผักกูดและผักหนามเก็บหามาจากในห้วย หนูและแมลงดักกินกันเองไม่ต้องซื้อหา เห็ดและหน่อไม้ก็จะมีมาตามฤดูกาล ทฤษฎีราคาไม่สามารถอธิบายอะไรที่นี่ได้ ทุกคนที่นี่ไม่รู้อะไรมากไปกว่าสิ่งที่เห็น จึงมีความสุขกับสิ่งที่มี โดยไม่ต้องไปแสวงหาถึงในเมือง
ความสุขนอกมาตรฐานที่แตกต่างกันสุดขั้ว โลกสองโลกที่อยู่บนดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน แต่ไม่เคยสื่อสารถึงกันได้ และต่างก็ไม่เคยรู้ว่าอีกโลกหนึ่งมีอยู่ ผมเคยเล่าให้พวกเขาฟัง เขาทึ่งเหมือนฟังเรื่องเล่าจากดาวอังคาร


บทความวันที่ 30 ธันวาคม 2554

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรคู่


วันที่ 30 ธันวาคม 2554

ป้ากลับจากวัดวางปิ่นโตไว้บนคันนา ลงไปจับลูกปลาที่ดิ้นขลุกขลิกกันอยู่ในแอ่งน้ำที่แห้งงวดเหลือเพียงตาตุ่ม ป้าบอกเด็กๆที่ไปยืนดูว่าสงสารมัน ถ้าปล่อยไว้ไม่กี่วันจะแห้งตายหมด ป้าจะเอาไปปล่อยในคลองข้างบ้าน
อาการที่ป้าพยายามไล่จับลูกปลาทีละตัวด้วยความเมตตาที่จะช่วยชีวิต ไม่ต่างจากอาการของคนจับปลาเพื่อเอาไปแกง คนผ่านทางที่เพียงแต่เห็นโดยไม่รู้เจตนา มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาสิ่งที่เห็นกับตาไปพูดต่อ “โธ่ถัง เพิ่งกลับจากวัด ยังอุตสาห์วางปิ่นโตลงไปจับปลา” 
ปฎิบัติการของเมตตาธรรมนั้น ใช่ว่าจะปลอดพ้นจากปัญหาอุปสรรคเสียทีเดียว ไม่ว่าเราจะตั้งใจดีมีเจตนาช่วยเหลือสักเพียงใด ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหวังให้คนทั้งโลกเข้าใจเรา นี่คือเหตุผลเราะต้องสั่งสมความเชื่อให้พอเพียง ในสิ่งถูกต้องดีงามที่เราทำ